Tiktok ก็ไม่รอดโดนตรวจสอบผลกระทบสุขภาพจิต

Tiktok ก็ไม่รอดโดนตรวจสอบผลกระทบสุขภาพจิต

ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีจะกลายเป็นสิ่งสำคัญของการใช้ชีวิตประจำวันทำให้เราสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างง่ายดายผ่านโลกของอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์แต่ว่ามันก็ได้ทราบผลกระทบต่อเราไม่ใช่น้อยเลยทีเดียวหลายๆ คนสุขภาพจิตเสียเนื่องจากใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการเสพข่าวสารต่างๆ มากเกินไปในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาเราได้เห็น Facebook, Instagram, Twitter ถูกกล่าวหาว่าเป็นแพลตฟอร์มที่สร้างผลกระทบต่อสุขภาพจิตของผู้ใช้งานโดยเฉพาะผู้ใช้งานที่อยู่ในกลุ่มวัยเด็ก ซึ่งล่าสุดก็ดูเหมือนว่าสื่อสังคมออนไลน์ของประเทศจีนก็จะไม่รอดด้วยเช่นเดียวกัน Tiktok ถูกตรวจสอบเนื้อเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพจิตของวัยเด็ก

ภาพ Pixabay

สมาคมอัยการสูงสุดของรัฐ California, Florida, Kentucky, และ รัฐอื่น ๆ ได้มีการตรวจสอบแอปพลิเคชันชื่อดังจากประเทศจีนอย่าง Tiktok เกี่ยวกับเนื้อเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพจิตและสุขภาพกายของวัยเด็ก โดยจะเป็นการตรวจสอบรูปแบบ, การทำงาน และ ตลาดพี่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มผู้ใช้งานวัยเด็ก

ระบบการทำงานของ Tiktok ก็เหมือนกับแอปพลิเคชันสื่อสังคมออนไลน์ประเภทอื่น โดยมันจะมีระบบที่จะคอยหาเนื้อหาที่ผู้ใช้งานชื่นชอบทำให้ผู้ใช้งานนั้นมีการใช้งานอยู่ตลอดเวลานั่นเอง ซึ่งวิธีการดังกล่าวก็เป็นวิธีการที่จะถูกตรวจสอบด้วยว่ามีความเกี่ยวข้องกับการดึงดูดผู้ใช้งานวันเด็กให้เข้ามาใช้งานมากขึ้นหรือไม่รวมถึงเวลาการใช้งานมีการใช้งานที่ยาวนานมากขึ้นแค่ไหน ทาง Tiktok ก็เคยโดนตรวจสอบเรื่องนี้มาแล้วด้วยเช่นเดียวกัน

ภาพ Pixabay

ในปี 2019 Tiktok ได้มีการจ่ายค่าปรับเป็นจำนวนเงินกว่า 5.7 ล้านเหรียญสหรัฐเนื่องจากมีการละเมิดกฎระเบียบความเป็นส่วนตัวของวัยเด็ก (Children’s Privacy) เนื่องจากมีเด็กหลายคนที่เข้ามาใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองและจากปัญหาดังกล่าวทำให้ทาง Tiktok ถูกจำกัดอายุการใช้งานโดยผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปีแบบไม่สามารถอัปโหลดคลิปวิดีโอการคอมเม้นในวิดีโอต่าง ๆ นั้นเอง

ภาพ Pixabay

โฆษกของ Tiktok ก็ได้มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยเช่นเดียวกัน ด้วยเขาบอกว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากเลยทีเดียวที่ทางสำนักอัยการมีการตรวจสอบเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นกับกลุ่มเยาวชนที่ใช้งานในแอปพลิเคชันเพราะพวกเราจะได้พัฒนาสื่อสังคมออนไลน์ของพวกเราให้มีความปลอดภัยและมีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น นอกจาก Tiktok แล้วสื่อสังคมออนไลน์ประเภทอื่น ๆ ก็จะถูกตรวจสอบด้วยเช่นเดียวกัน สุดท้ายก็คงต้องมาติดตามดูว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร

ข้อมูลจาก The Verge

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

Tiktok ขึ้นสู่จุดสูงสุดของโลกอีกครั้ง

Tiktok ขึ้นสู่จุดสูงสุดของโลกอีกครั้ง

ในแต่ละปีมีผู้พัฒนาแอปพลิเคชันออกมามากมายให้เราได้ใช้งานกันแต่การที่จะเป็น Application ที่ได้รับความนิยมและถูกใช้งานกันไปทั่วโลกนั้นเป็นเรื่องที่ยากมากเลยทีเดียวในปัจจุบันนี้ Application ที่โดดเด่นส่วนใหญ่แล้วจะเป็นแอปพลิเคชันสื่อสังคมออนไลน์ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารรวมถึงดูสื่อบันเทิงต่าง ๆ เรียกได้ว่าเป็น Application ที่ต้องมีติดโทรศัพท์มือถือไว้เลยก็ว่าได้ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter, Instagram, YouTube, Snapchat หรือว่า Tiktok ทุกคนคงจะมีแอปพลิเคชันเหล่านี้อยู่ในเครื่องโทรศัพท์มือถือของตัวเองอย่างแน่นอน แต่ถึงแม้ว่าจะมีทุกคนแต่ความนิยมในการใช้งานก็แตกต่างกันออกไปแล้วแต่คนในปีนี้ในช่วงไตรมาสแรก Tiktok ก็อาจจะเป็นหนึ่ง App ยอดนิยมเพราะว่าสามารถทำยอดดาวน์โหลดได้มากที่สุด

ในไตรมาสแรกของปี 2022 แอปTiktok สื่อสังคมออนไลน์แนวคลิปวิดีโอสั้นที่ถูกพัฒนาจากผู้พัฒนาชาวจีนกลายเป็นแอปที่มียอดการดาวน์โหลดสูงสุดแซงหน้า Instagram ของ Meta โดยข้อมูลดังกล่าวเป็นการรายงานจาก app market intelligence firm Sensor Tower ถึงแม้ว่าจะถูกระงับไม่ให้ใช้งานในประเทศอินเดียก็ตาม Tiktok ก็ยังประสบความสำเร็จในหลายๆ ประเทศทั่วโลก โดยในปีนี้ Tiktok

มียอดการดาวน์โหลดไปมากกว่า 175 ล้านครั้งแซงหน้า Instagram Facebook และ WhatsApp ที่อยู่ในอันดับที่ 2, 3 และ 4 ตามลำดับ โดย Instagram มียอดการดาวน์โหลดมากกว่า 150 ล้านครั้งซึ่งมากกว่า Facebook ส่วนทาง WhatsApp นั้นมียอดการดาวน์โหลดอยู่ประมาณ 125 ล้านครั้ง สวนทาง Twitter ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้มียอดการดาวน์โหลดน้อยกว่า 50 ล้านครั้ง การนับจำนวนทั้งหมดนี้เป็นการรวบรวมผ่านทาง App store และ Google Play เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่ง Tiktok สามารถทำยอดการดาวน์โหลดได้เกิน 70 ล้านค้างไปเป็นครั้งที่ 3 แล้วในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี โดยบริษัทนั้นมีการเติบโตมากกว่า 11% เมื่อเทียบเป็นไตรมาสต่อไตรมาสในทวีปเอเชีย

และจากยอดการดาวน์โหลดครั้งนี้คงแสดงให้เห็นแล้วว่า Tiktok เป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่มีอิทธิพลในตลาดอย่างมากเลยทีเดียวแต่หลายคนใช้มันในการสร้างสรรค์คลิปวิดีโอสั้น ๆ ที่น่าติดตามส่วนบางคนใช้ช่องทางนี้เป็นช่องทางการขายของและอีกหลายคนใช้ในการสอน และก็มีจำนวนไม่น้อยเลยที่ใช้ Tiktok ในการสร้างรายได้เพื่อหาเลี้ยงชีพ

ภาพทั้งหมดจาก Pixabay

ข้อมูลจาก Gadgets360

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

Tiktok คว้าแชมป์ App ยอดนิยมปี 2021

Tiktok

Tiktok เป็นแอปพลิเคชันสื่อสังคมออนไลน์

ปีที่ผ่านมาการเปลี่ยนแปลงเรื่องเทคโนโลยีก็มีออกมาให้เห็นมากมายเลยทีเดียวโดยเฉพาะในเรื่องของแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ในช่วงตลอดหลายปีที่ผ่านมาคนจำนวนมากมายใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนแม้เรื่องของความบันเทิงมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลง ดูซีรีย์ ดูภาพยนตร์ และใช้ในการดูคลิปวีดีโอต่าง ๆ และอื่น ๆ และเรื่องความสะดวกสบายเหล่านี้ทำให้มีแอพพลิเคชั่นเกิดใหม่บนสมาร์ทโฟนมากมายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น Netflix, Tiktok, Facebook, Clubhouse และอื่น ๆ

ซึ่งความนิยมของแต่ละแอปนั้นก็จะมีแตกต่างกันออกไปและในปี 2021 ที่ผ่านมาแอพพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือแอปพลิเคชัน Tiktok ยอดการดาวน์โหลด 656 ล้านดาวน์โหลด ตามมาด้วย Instagram (545 ล้านดาวน์โหลด), Facebook(416 ล้านดาวน์โหลด), Whatapp (395 ล้าน download) ที่เป็นแอปพลิเคชันสื่อสังคมออนไลน์ที่อยู่ภายใต้ของบริษัท Meta สำหรับ Messenger นั้นมียอดการดาวน์โหลดเพียง 268 ล้านดาวน์โหลด และด้วยการแพร่ระบาดของโรคโควิดทำให้ผู้คนจำนวนมากมายต้องติดต่อสื่อสารกันบนโลกออนไลน์มากขึ้นแอปพลิเคชั่นอย่าง Zoom ก็ติดแอปยอดนิยมด้วยเช่นเดียวกันการดาวน์โหลดสูงถึง 300 ล้านดาวน์โหลดเลยทีเดียว 

ซึ่งข้อมูลยอดการดาวน์โหลดที่ได้กล่าวไปข้างต้นนั้นเป็นข้อมูลที่ทาง Apptopia เปิดเผยออกมาโดยเป็นการดึงข้อมูลมาจากยอดการดาวน์โหลดบน App Store 

และการที่ Tiktok  สามารถทำยอดการดาวน์โหลดได้สูงถึง 656 ล้านดาวน์โหลด ทำให้ Tiktok สามารถครองแชมป์ App ยอดนิยมได้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน และในปีนี้ก็มียอดการดาวน์โหลดสูงมากกว่าปีที่แล้วอีกด้วย 

หากว่าจะนับเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกา Tiktok มียอดการดาวน์โหลดสูงถึง 94 ล้านดาวน์โหลดเลยทีเดียว เพิ่งตามมาด้วย Instagram ที่มีเพียง 64 ล้านดาวน์โหลด  เรียกได้ว่าแอพพลิเคชั่นคลิปวีดีโอสั้นจากประเทศจีนนี้สามารถดึงดูดผู้ใช้งานได้อย่างถล่มทลายตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมาและในปีนี้ก็คงจะได้รับความนิยมมากขึ้นอีก คงจะมีการเปิดเผยฟีเจอร์ใหม่ๆออกมาให้ผู้ใช้งานได้ใช้งานกันอย่างแน่นอนเลยทีเดียว

ไม่ว่าอย่างไรก็ตามในปีนี้แอพพลิเคชั่นอื่น ๆ ก็คงไม่ยอมตกเป็นรอง Tiktok อย่างแน่นอนและคงมีการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆออกมาให้ผู้ใช้งานได้ใช้งานกัน น่าติดตามมากเลยว่าในปีนี้จะมีแอพพลิเคชั่นเกิดใหม่อีกมากมายแค่ไหนและแอพพลิเคชั่นใดที่จะสามารถครองแชมป์ App ยอดนิยมในปีนี้ไปได้ซึ่งก็คงต้องมาติดตามชมกันในช่วงปลายปี

ภาพจาก Pixabay

ข้อมูลจาก Cnet 

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

Tiktok จับมือ Disney

Tiktok

Tiktok จับมือ Disney นำเสียงตัวละครลงฟีเจอร์ text-to-speech

Tiktok แอปพลิเคชันสื่อสังคมออนไลน์ชื่อดังได้มีการจับมือกับ Disney ยักษ์ใหญ่ในวงการภาพยนตร์ในการสร้างฟีเจอร์ text-to-speech ซึ่งจะทำให้ข้อความของผู้ใช้งานนั้นถูกอ่านออกเสียงโดยตัวละครของ Disney ไม่ว่าจะเป็น Lilo และ Stitch, C-3PO, Stormtrooper จาก Star Wars หรือว่า Rocket Raccoon จาก Guardians of the Galaxy ซึ่งหลายๆ ตัวคงจะเป็นตัวละครที่หลาย ๆ คนชื่นชอบและมีความทรงจำกับมัน

ซึ่งการใช้งานฟีเจอร์ text-to-speech ของ Disney ภายในแอปพลิเคชัน Tiktok นั้นก็เหมือนกับการใช้งานฟีเจอร์ text-to-speech ทั่วไปคือหลังจากที่ได้มีการอัดคลิปวิดีโอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นพิมพ์ข้อความที่ต้องการใช้งานฟีเจอร์ text-to-speechหลังจากนั้นกด text-to-speech เพื่อเลือกเสียง ซึ่งฟีเจอร์ text-to-speech ที่อ่านโดยตัวละครของ Disney นั้นจะปฏิเสธไม่อ่านคำที่เกี่ยวกับในเรื่องการคุกคามทางเพศไม่ว่าจะเป็น “เลสเบี้ยน” (Lesbian) , “เกย์” (Gay) หรือ “กะเทย” (Queer) ซึ่งจากการทดลองโดยใช้เสียง Rocket Raccoon ก็ดูเหมือนว่าตัวละครดังกล่าวจะข้ามการพูดถ้อยคำเหล่านี้ไปเลยแต่กลับไม่มีปัญหากับคำว่า “คนข้ามเพศ” (Transgender) หรือ “คนสองเพศ” (Bisexual) ซึ่งก็เป็นเรื่องแปลกที่สำหรับฟีเจอร์ text-to-speech ที่เป็นเสียงตัวคนอื่นนั้นสามารถอ่านคำที่ได้กล่าวมาข้างต้นอย่างชัดเจนแต่สำหรับตัวละครของ Disney จะมีการข้ามคำดังกล่าวไปเลย

ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรือความตั้งใจของ Tiktok ที่ได้มีการละคำที่เกี่ยวข้องกับการคุกคามหรือการเหยียดเพศไป แต่มันเป็นสิ่งที่ดีมากที่จะทำให้แพลตฟอร์มนั้นเป็นมิตรต่อผู้ใช้งานไม่ว่าจะเป็นเพศไหน ๆ ก็ตาม และสำหรับผู้ใช้งานที่เป็นเด็กพวกเขาก็คงไม่อยากให้ตัวละครที่พวกเขาชื่นชอบนั้นใช้คำพูดดังกล่าวในการคุกคามทางด้านเพศหรือมีจุดประสงค์ในการเหยียดเพศกลุ่ม LGBT+ อย่างแน่นอน

สำหรับ Disney ก็มักมีมุมมองในแง่ไม่ดีเกี่ยวกับกลุ่ม LGBT+ เพราะว่าถ้าได้ลองสังเกตตัวละครตัวร้ายๆ ตัวในภาพยนตร์อนิเมชั่นของ Disney แล้วจะพบว่าตัวละครหลายตัวนั้นมีการแต่งหน้าแต่งตาที่คล้ายคลึงกับกลุ่ม LGBT+ ส่วนทาง Tiktok ก็เคยมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเพศเช่นเดียวกัน การที่ทาง Disney และ Tiktok ไม่นำคำพูดที่เกี่ยวกับกลุ่มหลากหลายทางเพศมาใช้งานกับตัวละคร Disney ก็เป็นเรื่องที่สมควรทำเป็นอย่างมากเลยทีเดียวเพื่อก้าวข้ามปัญหาต่าง ๆ ที่เคยมีมาในอดีต

ซึ่งการนำเสียงของตัวละคร Disney มาใส่ในฟีเจอร์ text-to-speech เป็นการเฉลิมฉลองของ Disney ในช่วง Disney Plus Day Promotion นั่นเองและในอนาคตคงจะมีการเพิ่มเสียงตัวละครใหม่ ๆ เข้ามา ให้ผู้ใช้งานได้เลือกเล่นกันอย่างแน่นอนเลยทีเดียว

ภาพจาก Pixabay

ข้อมูลจาก The Verge

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

ความนิยมดีต่อเนื่อง Tiktok

Tiktok

ความนิยมดีต่อเนื่อง Tiktok มีผู้ใช้งานเกิน 1 พันล้านต่อเดือน

เรียกได้ว่ากระแสไม่เคยตกสำหรับแอปพลิเคชันชื่อดังจากประเทศจีนอย่าง Tiktok หลังจากที่สามารถกลายเป็นแอปพลิเคชันยอดนิยมในระดับโลกได้ก็ยังสามารถคงความนิยมนั้นได้ไว้อย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว ตอนนี้ Tiktok มีผู้ใช้งานต่อเดือนมากกว่า 1 พันล้านบัญชี

ซึ่งจากการที่ข้อมูลดังกล่าวได้ถูกเปิดเผยบน Blog Post ของทาง Tiktok ก็ได้มีการเฉลิมฉลองอีกครั้งบนทวิตเตอร์ ซึ่งทาง Tiktok นั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นแอปพลิเคชันที่สร้างความบันเทิง การเรียนรู้ และค้นหาสิ่งใหม่ ๆ ซึ่งทางบริษัทเองก็ออกมากล่าวใน Blog Post ด้วยว่า “พวกเราเป็นเกียรติที่ได้เป็นบ้านสำหรับคอมมูนิตี้ที่มีความหลากหลายของครอบครัว, ธุรกิจเล็ก ๆ และครีเอเตอร์

การเติบโตของ Tiktok นั้นเรียกได้ว่าเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเลยก็ว่าเพราะว่าในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมามีผู้ใช้งานต่อเดือนอยู่เกือบ 700 ล้านบัญชีซึ่งจำนวน 100 ล้านบัญชีนั้นอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาและในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิตและมีการประกาศล็อกดาวน์ในหลายๆ ประเทศยอดการดาวน์โหลด Tiktok ก็พุ่งสูงถึง 2 พันล้านการดาวน์โหลดจากทั่วโลก ซึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมา Tiktok ก็ได้มีการอัปเดตฟีเจอร์ต่าง ๆ บนแพลตฟอร์มเพื่อให้ผู้ใช้งานนั้นได้สร้างสรรค์คลิปวิดีโอได้ดีมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มระยะเวลาให้สามารถอัปโหลดคลิปวิดีโอได้สูงสุด 3 นาที และด้วยความที่ความยาวของคลิปวิดีโอไม่ได้ยาวเกินไปมากนักเหมือนกับใน YouTube ทำให้คลิปวิดีโอต่าง ๆ ที่อยู่ใน Tiktok สามารถดึงดูดผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดีและบางทีก็อาจจะดีกว่า YouTube ด้วยซ้ำ ซึ่งติดต่อก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าบางช่วง Tiktok สามารถมีระยะเวลาเฉลี่ยในการใช้งานสูงกว่า YouTube เสียด้วยซ้ำ

แถมในประเทศสหรัฐอเมริกา Tiktok ยังถูกพัฒนาให้กลายเป็นแอปพลิเคชันที่ใช้ในการสมัครเข้าทำงานในบริษัทต่าง ๆ ที่จับมือเป็นพันธมิตรกับ Tiktok อีกด้วย ซึ่งการที่ Tiktok นั้นเข้ามาเป็นช่องทางในการรับสมัครงานทำให้รูปแบบในการสมัครงานเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากเพราะว่าผู้สมัครจะสามารถแสดงความเป็นตัวตนได้มากกว่าการที่ส่งเอกสารและรอสัมภาษณ์สมัครงานเสียอีก เรียกว่าเป็นฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่เป็นอย่างมากเลยทีเดียว

ด้วยความนิยมในระดับโลกในอนาคตเราคงจะได้เห็นว่า Tiktok มีการพัฒนาฟีเจอร์อื่น ๆ เพื่อเข้ามาทำให้ผู้ใช้งานทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่านั้นติดตามและเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ภายในแพลตฟอร์มและอาจจะทำให้ Tiktok มีเอกลักษณ์ของตนเองที่ชัดเจนมากขึ้นซึ่งความแตกต่างจะทำให้สามารถดึงดูดผู้ใช้งานเข้ามาใช้ได้อยู่อย่างสม่ำเสมอ

ภาพจาก Pixabay

ข้อมูลจาก Cnet

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

Tiktok เพิ่มฟีเจอร์ใหม่

Tiktok

Tiktok เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต

ต้องยอมรับว่าสื่อสังคมออนไลน์นั้นมีข้อดีมากมายทำให้เราได้ติดตามข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว พูดคุยกับเพื่อนที่อยู่ห่างไกลกัน ติดตามความบันเทิงต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็ต้องยอมรับว่าเราใช้อุปกรณ์สื่อสารหรือสมาร์ทโฟนของเรานั้นส่วนใหญ่ไปกับการเสพสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้บางครั้งการที่เราได้รับข่าวสารมากมายเข้ามาซึ่งเป็นทั้งเรื่องที่ดีและเรื่องที่ไม่ได้ดีมากนักก็อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตได้

แน่นอนว่าในปัจจุบันนี้สื่อสังคมออนไลน์ในหลายแพลตฟอร์มก็ได้รับรู้ถึงปัญหาดังกล่าวและเร่งทำการแก้ไขหลังจากที่ Instagram นั้นได้รับผลวิจัยจาก Facebook ว่าแอปพลิเคชั่นนั้นส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและกำลังหาทางแก้ไข ทางสื่อสังคมออนไลน์ชื่อดังจากประเทศจีนอย่าง Tiktok ก็ได้มีการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตด้วยเช่นเดียวกัน

เมื่อคนที่มีสุขภาพจิตที่ย่ำแย่อย่างต่อเนื่องก็มีแนวโน้มที่จะฆ่าตัวตายทาง Tiktok จึงได้มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่เพื่อช่วยในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวซึ่งตอนนี้ได้มีการอัปเดตให้ใช้ภายในแอปพลิเคชันแล้วโดยเมื่อผู้ใช้งานนั้นค้นหาคำว่า “Suicide” (ถ้าตัวตาย) ในช่องการค้นหา ทาง Tiktok จะมีการขึ้นเบอร์โทรศัพท์เพื่อให้ผู้ใช้งานได้ไปปรึกษาเกี่ยวกับทางด้านสุขภาพจิต โดยในประเทศไทยเมื่อค้นหาถ้อยคำดังกล่าว ทาง Tikotok ก็จะขึ้นเบอร์โทรของกรมสุขภาพจิตกระทรวงสาธารณสุขให้ เพื่อเป็นการให้คำปรึกษาสำหรับคนที่กำลังคิดสั้นนั่นเอง

ซึ่งฟีเจอร์ใหม่นี้ก็คงจะช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตของผู้ใช้งาน Tiktok ได้ดีมากเลยทีเดียวเพราะก่อนหน้านี้ก็ต้องยอมรับว่าผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มวัยรุ่นซึ่งจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบในเรื่องของการเสพสื่อสังคมออนไลน์มากเกินไป และการออกฟีเจอร์ที่ช่วยเหลือเกี่ยวกับสุขภาพจิตขึ้นมานั้นก็แสดงให้เห็นแล้วว่าในตอนนี้สื่อสังคมออนไลน์อย่าง Tiktok ก็ใส่ใจผู้ใช้งานไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว แล้วเป็นการกระทำที่แสดงให้เห็นว่า Tiktok กำลังเดินหน้าสร้างแพลตฟอร์มให้เหมาะกับการใช้งานและเป็นมิตรมากขึ้น

และในอนาคตเราคงจะได้เห็นแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์อื่น ๆ นั้นออกมาขยับเขยื้อนเกี่ยวกับการแก้ปัญหาในเรื่องสุขภาพจิตของผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้นในตอนนี้ถ้าหากรู้สึกว่าเราใช้สื่อสังคมออนไลน์มากเกินไปและรู้สึกว่าสุขภาพจิตเรากำลังนั้นกำลังย่ำแย่ลง การกำหนดระยะเวลาใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่จะช่วยลดปัญหาดังกล่าว เพราะว่าในปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่าเราใช้เวลาอยู่กับโลกเสมือนจริงมากกว่าใช้เวลาอยู่กับโลกแห่งความจริงเสียอีก ในเมื่อเป็นเช่นนี้ลองกลับมาใช้ชีวิตอยู่บนโลกแห่งความจริงมากยิ่งขึ้นมีความสุขกับผู้คนที่อยู่รอบกายเรามากกว่ามีความสุขกับคนที่อยู่บนหน้าจอ และใช้เวลาในการทำกิจกรรมส่วนใหญ่บนโลกแห่งความจริงให้มากกว่าบอลโลกออนไลน์เพียงเท่านี้สุขภาพจิตเราก็คงจะดีขึ้นมากแล้ว

ภาพจาก Pixabay

ข้อมูลจาก BBC

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

Tiktok ทดสอบระบบ Shopping Tab

Tiktok

Tiktok แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ชื่อดังของประเทศจีน

ในปัจจุบันนี้ผู้คนส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่บนโลกออนไลน์มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิต หรือว่าการซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ ทำให้โลกออนไลน์นั้นกลายพื้นที่สำคัญอีกพื้นที่หนึ่ง นอกจากจะสร้างความบันเทิงให้กับผู้ใช้งานแล้วยังเป็นช่องทางที่สามารถจะทำให้ธุรกิจเติบโตนั้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในด้านของการทำ e-commerce

Tiktok แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ชื่อดังของประเทศจีน ได้มีการประกาศมาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า Tiktok ได้เป็นพาร์ทเนอร์กับ Shopify แพลตฟอร์ม e-commerce ที่ใช้ในการสร้างร้านค้าออนไลน์ เพื่อเพิ่มประสบการณ์การช้อปปิ้งภายใน แพลตฟอร์มของ Tiktok ซึ่งจะอนุญาตให้ผู้ค้าขายภายในประเทศอเมริกา แคนาดารวมไปถึงสหราชอาณาจักร สามารถที่จะเชื่อมต่อลิงก์ผลิตภัณฑ์จาก Tiktok กับ Shopify ได้

โดย Shopping Tab จะอยู่บริเวณโปรไฟล์ Tiktok ของผู้ใช้งาน โดยจะมีรายการสินค้าแสดงขึ้นมาเมื่อผู้ใช้งานกดเข้าไปที่สินค้าที่ต้องการที่จะซื้อหรือต้องการที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติมทาง Tiktok จะเชื่อมต่อไปยัง Shopify โดยทันที โดยการที่จะใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวนั้นผู้ใช้งาน Tiktok จำเป็นที่จะต้องมีบัญชี TikTok for Business และ Shopify ก่อน

โดยทาง Shopify จะเริ่มใช้งานฟีเจอร์นี้ในช่วงอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าในประเทศสหรัฐอเมริกาแคนาดาและสหราชอาณาจักร และหลังจากนั้นก็จะเริ่มเปิดใช้ในประเทศอื่น ๆ ด้วยเช่นเดียวกัน

การเพิ่มฟีเจอร์ Shopping Tab เข้าไปจะทำให้ Tiktok กลายเป็นแพลตฟอร์มที่มีความเป็นธุรกิจมากขึ้นจากปกติจะเน้นในการสร้างความบันเทิงเสียมากกว่า แต่ว่าตลอดระยะเวลา Tiktok ก็มีส่วนช่วยในการดำเนินธุรกิจต่างๆ ด้วยเช่นเดียวกัน อินฟลูเอนเซอร์หลายคนใช้ช่องทางนี้ในการโปรโมทสินค้าและบริการต่าง ๆ จากสปอนเซอร์ ซึ่งก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้ผู้คนนั้นสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้ง่ายมากขึ้น

การทำ Shopping Tab ของ Tiktok คงทำให้แพลตฟอร์ม มีความสามารถที่จะต่อสู้ในด้านทางธุรกิจกับแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ประเภทอื่น ๆ มากยิ่งขึ้น เพราะว่าก่อนหน้านี้ทาง Facebook และ Instagram ก็ได้ทำให้แพลตฟอร์มของตนเองนั้นกลายเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถทำธุรกิจและทำ e-commerce ได้ โดยการอนุญาตให้ผู้ใช้งานนั้นสามารถซื้อขายสินค้าต่าง ๆ ได้ภายในแอปพลิเคชัน และที่สำคัญการช้อปปิ้งออนไลน์นั้นถือว่ากลายเป็นส่วนสำคัญในยุคนี้เลยทีเดียว ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาที่คนนั้นใช้เวลาอยู่กับบ้านมากขึ้นทำให้การช้อปปิ้งออนไลน์นั้นเติบโตขึ้นอย่างมาก และการที่สื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ นั้นต่างพากันออกมาสนใจในด้านนี้ทำให้นั้นสื่อสังคมออนไลน์แพลตฟอร์มของตนเองนั้นมีการเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยเช่นเดียวกัน

ภาพจาก Pixabay

ข้อมูลจาก The Verge

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

Tiktok มีค่าเฉลี่ยเวลาเข้าชมแซงหน้า YouTube

Tiktok

Tiktok เริ่มเป็นที่รู้จักก็ใช้เวลาเพียงแค่ไม่นานในการขึ้นเป็นแอปพลิเคชันระดับโลก

YouTube ถือว่าเป็นแพลตฟอร์มประเภทคลิปวิดีโอที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานและเป็นที่นิยมมากขึ้นเมื่อมีเนื้อหาที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งยอมรับว่าในปัจจุบันคนส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกลับ YouTube มากกว่าทีวีเสียอีก นอกจากจะสร้างความบันเทิงได้แล้ว YouTube ยังสามารถสร้างรายได้ให้กับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์มากมายอีกด้วย แต่เมื่อเวลาผ่านไปเทคโนโลยีในใหม่จะเข้ามาตอนนี้ YouTube มีคู่แข่งเป็น Tiktok ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคลิปวิดีโอสั้นที่พัฒนาจากบริษัท Bytedance ในประเทศจีน

หลังจากที่ Tiktok เริ่มเป็นที่รู้จักก็ใช้เวลาเพียงแค่ไม่นานในการขึ้นเป็นแอปพลิเคชันระดับโลก และได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จนล่าสุดตอนนี้แอปพลิเคชัน Tiktok นั้นมีค่าเฉลี่ยระยะเวลาการรับชมมากกว่า YouTube เสียแล้วโดยเป็นการยืนยันข้อมูลจาก App Annie บริษัท Monitor Application ซึ่งข้อมูลดังกล่าวนั้นเป็นการคำนวณจากผู้ใช้ระบบปฏิบัติการ Android และยังไม่ได้รวมเข้ากับผู้ใช้งานในประเทศจีนที่ Tiktok นั้นมีชื่อว่า Douyin แต่ถึงแม้ว่าในตอนนี้ Tiktok จะมีระยะเวลาการรับชมโดยเฉลี่ยมากกว่า YouTube แต่ทาง YouTube ก็ยังสามารถทำผลงานของตนเองได้ดีอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน

YouTube นั้นมีผู้เข้ามาใช้บริการรายเดือนสูงถึง 2,000 ล้านบัญชีเลยทีเดียว สำหรับ Tiktok ในช่วงกลางปี 2020 มีผู้ใช้งานสูงถึง 700 ล้าน นั่นก็ยังหมายความว่าทาง YouTube นั้นยังมีระยะเวลาการเข้าชมโดยรวมมากกว่า Tiktok

แต่การที่ Tiktok นั้นมีระยะเวลาค่าเฉลี่ยในการเข้ารับชมสูงกว่า YouTube โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศสหราชอาณาจักรก็เป็นตัวบ่งบอกได้แล้วว่าติดตอบนั้นก็กลายเป็นสื่อสังคมออนไลน์ประเภทคลิปวิดีโอสั้นที่มีอิทธิพลอย่างมากในยุคปัจจุบันนี้เลยทีเดียว โดยในเดือนกรกฎาคมปี 2020 ในประเทศสหราชอาณาจักร Tiktok สามารถขึ้นเป็นอันดับ 1 แซงหน้า YouTube ได้ และในประเทศสหรัฐอเมริกา Tiktok และ YouTube นั้นผลัดกันเป็นอันดับที่ 1 แต่ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา Tiktok ก็สามารถขึ้นเป็นอันดับที่ 1 เหลือ YouTube ได้ในที่สุด

ถึงแม้ว่าทาง Tiktok จะเป็นคู่แข่งของ YouTube  ในเรื่องของระยะเวลาการเข้าชมก็ตามทีแต่ว่าเนื้อหาที่อยู่บนทั้ง 2 แพลตฟอร์มนั้นมีความแตกต่างกันอย่างมาก โดยใน tiktok เป็นเพียงแค่คลิปวีดีโอสั้น ๆความยาวไม่เกิน 3 นาทีแต่ว่าใน YouTube นั้นเป็นเนื้อหาคลิปวีดีโอที่มีความยาวมากกว่า ทำให้ทั้งสองแพลตฟอร์มมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไปและถึงแม้ว่า YouTube จะมีฟีเจอร์ YouTube Short ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่มีการทำงานในลักษณะเดียวกันกับ Tiktok ก็ตามทีแต่ก็ต้องยอมรับว่า Tiktok ยังคงได้เปรียบในส่วนนี้อยู่

ในอนาคตทั้งสองแพลตฟอร์มคงจะเป็นคู่แข่งกันอย่างแน่นอนเลยทีเดียวในเรื่องของผู้เข้าชมและเวลาการรับชมและต้องมีการอัปเดตแพลตฟอร์มของตนเองให้มีอะไรแปลกใหม่มากขึ้นเพื่อดึงดูดผู้ใช้งานอย่างแน่นอน

ภาพจาก Pixabay

ข้อมูลจาก BBC

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

Tiktok แอปยอดดาวน์โหลดสูงสุดปี 2020

Tiktok

Tiktok เป็นแอปพลิเคชันแรกที่ไม่ใช่แอปพลิเคชันในเครือ Facebook ที่สามารถถามยอดการดาวน์โหลดทั่วโลกได้สูงจนติด 5 อันดับแรก ซึ่งสามารถทำยอดดาวน์โหลดได้สูงเกินกว่า 3 พันล้านดาวน์โหลดเลยทีเดียว โดยในประเทศจีนนั้นแอปพลิเคชันนี้ก็สามารถทำยอดการดาวน์โหลดได้เป็นอย่างดีซึ่งแอปพลิเคชัน Tiktok ในประเทศจีนจะใช้ชื่อว่า “Douyin” ซึ่งเป็นเวอร์ชันภาษาจีน

ในช่วงปีที่ผ่านมากระแสนิยมของ Tiktok ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าในช่วงปีที่ผ่านมาอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ได้มีประกาศออกมาว่าจะระงับการใช้งาน Tiktok ภายในประเทศสหรัฐอเมริกาเนื่องจากว่าอาจจะส่งผลเสียทางด้านความมั่นคงของชาติแต่ก็ดูเหมือนว่าการประกาศของโดนัลด์ ทรัมป์นั้นแทบจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อยอดการดาวน์โหลดของ Tiktok เลย และหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ลงจากตำแหน่ง โจ ไบเดนผู้ที่เป็นประธานาธิบดีคนปัจจุบันนั้นก็ได้เลิกแผนการที่จะระงับการใช้งาน Tiktok ภายในประเทศ ทำให้ในประเทศอเมริกาตอนนี้ยังคงสามารถใช้ Tiktok ได้อยู่

นอกจากประธานาธิบดีคนปัจจุบันอย่างโจ ไบเดนนั้นจะยกเลิกคำสั่งการแบบ Tiktok ของโดนัลด์ทรัมป์ ทำให้บริษัทที่พัฒนาแอปพลิเคชันนั้นสามารถหาวิธีการที่จะดึงดูดผู้ใช้งานหน้าใหม่ให้เข้ามาใช้งาน Tiktok เพิ่มได้อีกด้วย ซึ่งถ้าได้ติดตามข่าวมาโดยตลอดจะรู้ว่าตอนนี้ Tiktok ที่ให้บริการในประเทศสหรัฐอเมริกานั้น สามารถใช้เป็นช่องทางในการสมัครงานได้ ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนว่าจะมีการปิดให้บริการอยู่และคงจะมีการเปิดให้บริการในอนาคต

เช่นเดียวกับในประเทศอินเดียที่ Tiktok เป็นที่นิยมอย่างมากก็ได้ถูกระงับการใช้งานไปและคนในประเทศก็พยายามที่จะผ่านช่องทางอื่นที่มีการใช้งานในลักษณะเดียวกันมาทดแทน ซึ่งนั่นก็ทำให้ยอดการดาวน์โหลดของ Tiktok ลดลง แต่เมื่อเทียบกับยอดการดาวน์โหลดทั้งโลกแล้วก็ถือว่าเป็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

การที่ Tiktok นั้นมียอดดาวน์โหลดพุ่งสูงขึ้นถึง 117.5 ล้านครั้งในช่วงไตรมาสแรกของปี 2021 และก่อนหน้านี้ในหลาย ๆ ไตรมาสทำให้แอปพลิเคชัน Tiktok ได้กลายเป็นแอปพลิเคชันที่สามารถขึ้นไปเทียบเคียงกับแอปพลิเคชันชั้นนำในเครือบริษัท Facebook ได้ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Messenger, Instagram และ WhatsApp 

แน่นอนว่าความนิยมของ Tiktok คงไม่หยุดเพียงเท่านี้อย่างแน่นอนในอนาคตก็คงจะมียอดการดาวน์โหลดเพิ่มสูงขึ้นอีกสำหรับฟีเจอร์ใหม่ใน Tiktok ที่พึ่งมีการอัปเดตเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็คือ Tiktok Story ฟีเจอร์แสดงคอนเทนต์ 24 ชั่วโมงเช่นเดียวกับ Instagram Story นั่นเอง ซึ่งก็ออกมาหลังจากที่ WhatsApp เปิดตัวฟีเจอร์ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันออกมา

ในประเทศไทยนั้น Tiktok ก็ถือว่าเป็นที่นิยมมีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมากและทุกเพศทุกวัย และที่สำคัญ Tiktok ก็กำลังจัดกิจกรรมเชิญชวนสมาชิกใหม่ 5 คนซึ่งจะได้รับผลตอบแทนเป็นเงิน ซึ่งก็คงทำให้ Tiktok ในประเทศไทยและมีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนเลยทีเดียว

ภาพจาก Pixabay

ข้อมูลจาก BBC , Techoffside

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  
เวปไซด์ getup-it.com

Tiktok พัฒนาระบบใหม่ลดสิ่งรบกวนให้กับผู้ใช้งานวัยเด็ก

Tiktok

Tiktok ได้กลายเป็นแอปที่มียอดดาวน์โหลดสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก แล้วความนิยมของแอปพลิเคชันที่มีมากขึ้น ทำให้มีการใช้งานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในทุก ๆ วัน ในตอนนี้แทบจะบอกได้เลยว่าทุกคนนั้นมีบัญชี Tiktok เป็นของตนเองไม่ว่าจะเป็นวัยเรียน วัยรุ่น หรือแม้กระทั่งวัยผู้ใหญ่

ซึ่งด้วยคอนเทนต์ภายในแพลตฟอร์มที่มีมากมายทำให้เราแค่จะเลื่อนหน้าจอเพื่อดูคลิปต่าง ๆ ได้ทั้งวันเลยทีเดียว มิหนำซ้ำ Tiktok ก็มีการแจ้งเตือนคลิปวิดีโอที่น่าสนใจให้ผู้ใช้งานเข้าไปรับชมทุกวันอีกด้วย ซึ่งด้วยความนิยมส่งผลดีอย่างมากต่อตัวแพลตฟอร์ม แต่ในบางครั้งสำหรับคนที่ไม่สามารถจัดการเวลาตนเองได้ดีมากโดยเฉพาะวัยเด็กแล้ววัยรุ่น บางครั้งก็อาจจะส่งผลเสียได้ Tiktok จึงได้มีการพัฒนาระบบเพื่อช่วยให้วัยเด็กรวมไปถึงวัยรุ่นสามารถแบ่งเวลาการเข้าใช้งานแพลตฟอร์มได้ดีมากขึ้น

Tiktok จะหยุดส่งแจ้งเตือนหลังเวลา 21:00 น สำหรับผู้ใช้งานที่มีอายุ 13-15 ปี และหลัง 22:00 น สำหรับผู้ใช้งานที่มีอายุ 16-17 ปี เพื่อช่วยให้เหล่าเยาวชนที่ใช้งานแอปพลิเคชันนั้น สามารถมีสมาธิกับการทำงาน การเรียนรวมไปถึงสามารถแบ่งเวลาเพื่อพักผ่อนได้ดีมากยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น Tiktok ยังเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานที่เป็นเยาวชนอีกด้วย

สำหรับผู้ใช้งานที่อายุ 16-17 ปี ระบบการส่งข้อความจะถูกตั้งค่าให้เป็น no-one โดยผู้ใช้งานที่มีอายุอยู่ในช่วงวัยดังกล่าวถ้าหากว่าจะทำการส่งข้อความไปหาคนอื่นๆ นั้นจะต้องใช้ช่องทางอื่น ๆ นั่นเอง และสำหรับผู้ใช้งานที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี เมื่อเข้ามาใช้งานและจะทำการโพสต์คลิปวีดีโอแรกลงในบัญชีผู้ใช้งานระบบจะมีการถามผู้ใช้งานว่าต้องการให้ผู้ใดมองเห็นได้บ้าง

ผู้ติดตาม

เพื่อน

แค่ผู้ใช้งาน

ซึ่งการปรับเปลี่ยนระบบเช่นนี้คงทำให้ Tiktok เหมาะกับเยาวชนมากขึ้นและมีความปลอดภัยในการใช้งานมากขึ้นอย่างแน่นอน ที่ผ่านมา Tiktok เคยมีข่าวในเชิงลบเกี่ยวกับความไม่ปลอดภัยในการใช้งานสำหรับเด็ก

สื่อสังคมออนไลน์เป็นสิ่งที่มีเนื้อหามากมายซึ่งเนื้อหาในบางเรื่องก็ไม่เหมาะสำหรับเยาวชนมากนักบางครั้งการที่เยาวชนได้เห็นสิ่งที่ผิด แล้วนำมาทำตามก็อาจจะทำให้เกิดผลเสียตามมาได้ในภายหลัง ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับเลยก็คือในตอนนี้ไม่สามารถปิดกั้นให้เยาวชนนั้นเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ได้ ดังนั้นสิ่งที่ผู้พัฒนาสื่อสังคมออนไลน์ควรทำก็คือทำให้แพลตฟอร์มที่ตนเองพัฒนาอยู่นั้นปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งานมากขึ้น และที่สำคัญที่สุดต้องปลอดภัยสำหรับทุกวัยไม่ใช่เพียงแค่เด็ก เพราะในปัจจุบันนี้ยังมีการหลอกลวงหรือการคุกคามบนโลกอินเทอร์เน็ตอยู่นั่นเอง

ภาพจาก Pixabay

ข้อมูลจาก BBC

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  
เวปไซด์ getup-it.com