Tesla กำลังเตรียมย้ายข้อมูลผู้ขับเข้าสู่ระบบ Cloud

Tesla

Tesla กำลังเตรียมย้ายข้อมูลผู้ขับเข้าสู่ระบบ Cloud ตอบรับรูปแบบการใช้งาน และเข้าสู่ยุคใหม่ของการขับขี่

อีลอน มัสค์เคยประกาศไว้ในทวิตเตอร์ว่า เขาจะเอาข้อมูลผู้ใช้รถทั้งหมดขึ้นสู่ระบบ Cloud เมื่อตอนต้นปี

ในตอนนั้นก็มีทั้งคนที่เข้าใจและไม่เข้าใจว่ามัสต์จะทำไปเพื่ออะไร

แต่ตอนนี้ Tesla พร้อมแล้วที่จะย้ายฐานข้อมูลผู้ใช้งาน

ก่อนอื่นต้องย้อนไปดูก่อนว่าสิ่งที่ Tesla มีให้ก่อนหน้านี้คือ สิ่งที่เรียกว่า Car Access ที่ผู้ใช้ต้องใส่ข้อมูล Driver Profile เข้าไป ชื่อ ที่อยู่ เลขที่ใบขับขี่ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการลงข้อมูลส่วนบุคคลอย่างที่เรามีไว้ในมือถือ

เพียงแต่ว่าข้อมูลของผู้ขับก็จะอยู่ในรถคันนั้นๆที่ใช้งาน 

โดยระบบของ Tesla จะเก็บข้อมูลการใช้งานไว้ให้ทั้งเส้นทางที่ใช้ การเชื่อมต่อเข้าสู่อินเตอร์เน็ต แอคเคาท์ดูหนังฟังเพลง อุณหภูมิที่ปรับใช้เป็นประจำ และอื่นๆ

ข้อจำกัดเดิมก็คือเมื่อต้องเปลี่ยนคนขับหรือผู้ใช้งาน เช่นในกรณีรถบริษัท ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่มีจังหวะรอคอยอยู่ไม่น้อย อย่างในกรณีผู้ใช้รายใหม่อาจต้องรอคอยถึง 48 ชั่วโมง

หรือในกรณีที่มีผู้ใช้หลายคน (เช่นในบ้านเดียวกัน) ก็ต้องมีขั้นตอนในการลงทะเบียนผู้ใช้กลับเข้าระบบของ Tesla อีกทีหนึ่งที่ใช้เวลาพอสมควร 

ทุกอย่างก็มีพื้นฐานมาจากเรื่องของความปลอดภัยเป็นหลัก

แล้ว Cloud คืออะไร

ถ้าหากให้เข้าใจง่ายๆก็คือว่า แทนที่ข้อมูลผู้ขับจะอยู่ในรถอย่างเดียว แต่ยังอยู่ในระบบเซิร์ฟเวอร์ทั่วโลกที่พร้อมให้เรียกใช้งานได้ด้วย

ทำให้การเปลี่ยนตัวผู้ใช้งานง่ายขึ้นมาก ถ้าหากข้อมูลที่มีในระบบถูกต้องทุกอย่าง จะแทบไม่มีเวลารอคอยเลยเมื่อได้รับการอนุญาตจากเจ้าของรถตามกฎหมายให้ใช้งานรถได้

ประโยชน์มหาศาลต่อธุรกิจเช่าซื้อ

ซึ่งเป็นเรื่องที่สนับสนุนธุรกิจรถเช่า หรือการซื้อขายรถมาก เพราะว่าเพียงแต่การยืนยันตัวตนถูกต้อง คนที่เช่ารถหรือเจ้าของใหม่สามารถขับออกไปได้เลยโดยใช้ระบบออโต้โดยสมบูรณ์

นี่รวมไปถึงรถบริษัท รถใช้งานร่วมกัน ทั้งในครอบครัว หรือระบบแบ่งปันกันใช้ (Car sharing)

เพราะการเปลี่ยนผู้ใช้งานไม่ต้องเสียเวลาเซ็ตระบบอะไรทั้งนั้น สถานที่ส่วนตัว อุณหภูมิที่ชอบ ทั้งช่องYouTube หรือ พอดแคสต์ ที่ติดตามอยู่ก็จะเข้ามาแสดงผลในหน้าจอควบคุมของรถโดยอัตโนมัติ รวมถึงแอพพลิเคชั่นสตรีมมิ่งต่างๆด้วย

เพียงแค่เปิดประตู รถก็เปลี่ยนผู้ใช้ได้ทันที

โลกในอนาคตที่ผู้คนไม่ต้องมีรถส่วนตัวกำลังใกล้เข้ามา

ระบบใหม่นี้ Tesla ให้ชื่อว่า Vehicle Sync จะเห็นได้ว่าความสะดวกในการเปลี่ยนผู้ใช้แบบนี้ ได้สร้างความเป็นไปได้ที่นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหลายคนฝันถึง คือการลดการใช้ทรัพยากรส่วนตัว ไปสู่การเป็นทรัพยากรส่วนรวม

การขยับเข้าสู่ระบบ Cloud ของ Tesla ได้เปิดโอกาสที่ผู้คนในเมืองใหญ่สามารถจองรถเพื่อใช้งาน วางแผนการเดินทางล่วงหน้าได้อย่างสะดวก รถก็พร้อมทันทีตามเวลานัดหมาย และวิ่งไปให้คนที่จองไว้คนต่อไปได้เองอีกด้วย 

สามารถลดทั้งต้นทุนการใช้จ่าย ปลดความรับผิดชอบเรื่องที่จอดรถ และอื่นๆอีกมากมายที่จะตามมา

เพราะนี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น 

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

แก้ปัญหาชิปขาดตลาด! บริษัท Tesla เขียน Software ขึ้นเอง

Tesla

ตอนนี้ในโลกของเทคโนโลยีกำลังเผชิญกับปัญหาที่ยิ่งใหญ่มากนั่นก็คือปัญหาชิปขาดตลาด ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า ธุรกิจคอมพิวเตอร์ ธุรกิจเทคโนโลยีเกม ก็เผชิญปัญหาเดียวกันหมด ซึ่งสาเหตุหนึ่งก็มาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิดที่ทำให้การผลิตต้องหยุดชะงักและด้วยความต้องการที่มีมากล้นทำให้มีซิปไม่พอนั่นเอง อีกสาเหตุหนึ่งก็คือความนิยมของเงินดิจิตอล ทำให้คนพากันแห่ซื้อการ์ดจอคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อไปใช้ในการขุดเหรียญต่าง ๆ นั่นเอง 

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อ Tesla ชิปถือว่าเป็นส่วนสำคัญเลยทีเดียว ตั้งแต่ airbag จนถึง module ของรถยนต์ที่ควบคุมการทำงานของ Seatbelt ต่างใช้ชิปในการทำงานทั้งสิ้น การขาดส่วนสำคัญนี้ไปทำให้รถยนต์ของ Tesla นั้นมีความปลอดภัยที่ลดลง แล้วจะทำให้บริษัทนั้นต้องหยุดตัวลง การรอการขนส่งนานขึ้น และราคาของรถยนต์ก็จะสูงขึ้นเนื่องจากมีความต้องการเป็นจำนวนมาก ทำให้ทางบริษัทเองจำเป็นที่จะต้องแก้ปัญหานี้โดยด่วนเพื่อให้รถยนต์นั้นสามารถส่งออกได้ตามกำหนดและมียอดขายดังเดิม โดยอีลอน มัสก์ผู้ที่เป็น CEO ของบริษัท Tesla นั้นก็ได้กล่าวว่า “ พวกเราสามารถที่จะแทนที่ชิปทางเลือกได้ แล้วหลังจากนั้นก็เขียน Firmware ในเวลาไม่กี่สัปดาห์” 

ซึ่งการแทนที่ชิปด้วย Firmware นั้นจะทำให้บริษัท Tesla สามารถรักษายอดขายไว้ได้หลังจากที่ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา บริษัท Tesla นั้นสามารถที่จะทำยอดการขนส่งรถยนต์ได้สูงเกินกว่า 2 แสนคันเลยทีเดียว ซึ่งทางบริษัทสามารถสร้างรายได้ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมาสูงถึง 11.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมกับกำไรอีก 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 

บริษัทรถยนต์ Tesla ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทเดียวที่ได้รับผลกระทบขาดแคลนชิป Ship บริษัท BMW และ Daimler ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันในสัปดาห์นี้ ทำให้จำเป็นต้องหยุดสายการผลิตลงและไม่สามารถส่งรถยนต์ออกไปได้เป็นจำนวนมากเลยทีเดียว

ซึ่งก็ไม่รู้ว่าปัญหาการขาดแคลนของชิปที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเทคโนโลยีนั้นจะถูกแก้เมื่อไหร่แล้วปัญหาจะลากยาวไปถึงช่วงไหน ในตอนนี้บริษัทยักษ์ใหญ่พี่เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีของโลกก็คงต้องแก้ปัญหาดังกล่าวให้ได้เหมือนกับบริษัท Tesla มิฉะนั้นก็อาจจะไม่ได้เปิดตัวสินค้าใหม่และไม่สามารถรักษายอดขายเดิมเอาไว้ได้อย่างแน่นอนเลยทีเดียว

ภาพจาก Pixabay

ข้อมูลจาก The Verge , Droidsans

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  
เวปไซด์ getup-it.com