Google Play เปลี่ยนนโยบายใหม่เปิดรับ NFT

Google Play เปลี่ยนนโยบายใหม่เปิดรับ NFT

กระแสคริปโตเคอเรนซี่และเทคโนโลยีบล็อกเชนเริ่มจะซาลง เราเห็นได้ชัดว่าคนเริ่มพูดถึง NFT และ GameFi ลดลงอย่างมากรวมถึงบริษัทบางบริษัทที่ดำเนินธุรกิจทางด้านเทคโนโลยีก็เริ่มมีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวน้อยลงด้วยเช่นเดียวกัน แต่เมื่อเทคโนโลยีเหล่านี้มันดำรงอยู่การลองพัฒนาหรือการปรับเปลี่ยนนโยบายเพื่อนำมาใช้ควบคู่ในการดำเนินธุรกิจก็เกิดขึ้นได้เสมอ Google ได้มีการปรับเปลี่ยนนโยบายใน Google Play เพื่อนำ NFT และบล็อกเชนกับมาอีกครั้ง

นโยบายและข้อบังคับเกี่ยวกับการใช้บล็อกเชนในการทำเกม

ภาพ Pixabay/ Maiconfz

Google ได้มีการปรับนโยบายของ Marketplace อย่าง Google Play ใหม่อีกครั้งโดยอนุญาตให้นักพัฒนา Apps สามารถที่จะนำเทคโนโลยีบล็อกเชนและ NFTs เข้าไปใส่ในเกมที่วางขายอยู่ใน Google Play ได้ แต่ต้องทำตามกฎระเบียบที่วางเอาไว้ดังนี้

  • Application ต้องมีความโปร่งใสกับผู้ใช้งานโดยเฉพาะกับสินทรัพย์ดิจิตอล
  • ผู้พัฒนาไม่สามารถที่จะโปรโมทเกมโดยใช้รูปแบบของ Play to earn หรือ Trading ได้

แอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อการพนัน การเล่นเกม การแข่งขัน โดยที่มีเงินจริงเข้ามาเกี่ยวข้องถือว่าละเมิดต่อนโยบายของ Google Play และจะถูกห้ามเอาไว้ รวมไปถึงการเติมเงินเพื่อให้สามารถรับไอเทม NFTs ที่ดีกว่าคนอื่น อย่างไรก็ดีการเติมเงินเพื่อซื้อ Loot Boxes แบบสุ่มไอเทม จะอยู่ในข้อจำกัดนี้แต่ไม่ได้ห้ามเอาไว้

ด้วยนโยบายต่าง ๆ ข้างต้นจะป้องกันไม่ให้ผู้เล่นใหม่หลงเชื่อว่าการเติมเงินเพื่อให้ได้มาซึ่งไอเทม NFTs จะได้รับผลตอบแทนที่ดีกลับมา

ภาพ Wallpaperaccess

โดยทางบริษัทคาดว่าจะมีการเปิดให้บริการเกมรูปแบบใหม่นี้ในช่วงปลายฤดูร้อนที่จะถึงนี้ และจะมีการปล่อยให้ผู้พัฒนาทุกคนได้เข้ามาพัฒนา Application ในช่วงปลายเดือนนี้หลังจากที่ได้มีการทดสอบกับกลุ่มพัฒนาบางกลุ่มก่อน

นอกจากเรื่องของการพัฒนาแอป ในอนาคต Google Play นั้นได้มีการวางแผนกับบริษัทที่เป็นพาร์ทเนอร์ในการพัฒนาแอปพลิเคชันที่มีบล็อกเชนเป็นฐานด้วย เรียกได้ว่าตอนนี้ Google เริ่มก้าวนำในด้านการพัฒนาเทคโนโลยี Blockchain แต่ก่อนคู่แข่งอย่าง Apple เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ต้องคอยติดตามว่า Apple จะมีการตอบโต้อย่างไร

ข้อมูลจาก Techcruch

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook 

Google เพิ่มความปลอดภัยข้อมูลใน Google Play

Google เพิ่มความปลอดภัยข้อมูลใน Google Play

ทุกวันนี้ในโลกของอินเทอร์เน็ตสิ่งที่มีมูลค่ามากที่สุดนั่นก็คือข้อมูล เพราะมันสามารถสร้างประโยชน์และโทษได้ในหลายด้าน ทำให้การปกป้องข้อมูลของตัวเองหรือการรับรู้ว่าข้อมูลของตัวเองถูกนำไปใช้งานอย่างไรนั้นจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น ซึ่งในตอนนี้บริษัทส่วนใหญ่ก็เริ่มปฏิบัติเป็นมาตรฐานเดียวกันนั่นก็คือการเก็บข้อมูลลูกค้าให้ปลอดภัยมากที่สุด แต่ในส่วนของ Google นั้นได้มีการยกระดับให้ ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบดูได้ว่าแอปพลิเคชันจะใช้ข้อมูลอย่างไร พร้อมกับเพิ่มมาตรฐานในการคัดกรองแอปพลิเคชันมาลงใน Google Play ด้วย ซึ่งระบบนี้ก็เป็นระบบที่ Apple ก็มีเช่นเดียวกัน

ภาพ Pixels

ฟีเจอร์ใหม่เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล

ภาพ Wallpaperaccess

Google ได้เริ่มใช้งานส่วนความปลอดภัยของข้อมูลใน Google Play ร้านค้าดาวน์โหลดแอปของ Google เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานตัวอย่างเช่นการเก็บข้อมูลการรักษาข้อมูลและการใช้ข้อมูลของแอปพลิเคชัน ระบบดังกล่าวขึ้นมานั้นเพื่อใช้กับผู้พัฒนาแอปพลิเคชันโดยตรงโดยผู้พัฒนาจะต้องระบุให้ชัดเจนว่าข้อมูลไหนจะถูกเก็บไว้และจะถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด

โดยระบบจะแสดงข้อมูลดังนี้

  • การเก็บข้อมูลและวัตถุประสงค์การใช้งานข้อมูล
  • ข้อมูลที่ถูกส่งต่อให้บุคคลที่ 3
  • การถอดรหัสการส่งข้อมูลรวมไปถึงผู้ใช้งานสามารถร้องขอให้ลบข้อมูลได้
  • ทุก App ที่ถูกคัดเลือกจะต้องผ่านนโยบายของ Google Play เสียก่อน และจะต้องปลอดภัยกับเยาวชน
  • ต้องได้มาตรฐานสากล

ภาพ Pixels

ระบบความปลอดภัยข้อมูลของ Google นั้นได้มีการพูดถึงการในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาโดยมันครอบคลุมไปถึงผู้พัฒนาในรูปแบบ First Party และ Third Party ซึ่งมีลักษณะการทำงานเดียวกันกับ “Nutrition Label” ของ Apple ซึ่งระบบนี้จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมการเข้าถึงของข้อมูลได้เป็นอย่างดีรวมไปถึงสถานที่ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถอนุญาตให้เข้าถึงสถานที่ของผู้ใช้งาน 1 ครั้งหรือขณะใช้งานแอปพลิเคชันก็ได้และรวมไปถึงข้อมูลอื่นๆ ก็สามารถควบคุมด้วยเช่นเดียวกัน โดยสามารถตรวจสอบได้โดยการเข้าไปที่ Android privacy dashboard เพื่อดูรีวิวของแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้

ย้ำอีกครั้งเมื่อเราเข้าสู่โลกของอินเตอร์เน็ตข้อมูลทุกอย่างถือว่าเป็นสิ่งที่มีมูลค่ามากพยายามอย่าแชร์ข้อมูลที่เป็นข้อมูลส่วนตัวมากเกินไปอาจจะทำให้เกิดผลเสียมาภายหลัง 

ข้อมูลจาก Cnet

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook