Microsoft กำลังพัฒนาชิปตัวใหม่ให้กับ Xbox Series XMicrosoft กำลังพัฒนาชิปตัวใหม่ให้กับ Xbox Series X

Microsoft กำลังพัฒนาชิปตัวใหม่ให้กับ Xbox Series XMicrosoft กำลังพัฒนาชิปตัวใหม่ให้กับ Xbox Series X

ในช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมเกมจะต้องเจอกับปัญหาอย่างหนึ่งก็คือการสร้างชิปประมวลผลขาดตลาด ทำให้เครื่องเล่นเกมหลายรุ่นมีราคาที่สูงมากยิ่งขึ้นและเมื่อปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นบริษัทหลายบริษัทพยายามที่จะผลิตชิปประมวลผลของตัวเองขึ้นมาเพื่อลดต้นทุน ในการผลิตและต้นทุนของสินค้า

Microsoft บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก กำลังพัฒนาชิปประมวลผลตัวใหม่ให้กับเครื่องเล่นเกมรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Xbox Series X โดยมันจะมีขนาดที่เล็กลงใช้พลังงานได้ดีมากยิ่งขึ้นและที่สำคัญมันช่วยลดต้นทุนของเครื่อง Xbox รุ่นใหม่นี้ได้ด้วย

ภาพจาก  Xbox

อย่างไรก็ตามการพัฒนาชิปตัวเล็กตัวใหม่นี้ไม่ได้หมายความว่าในอนาคตเราจะได้เห็นเครื่อง Xbox Series X ที่มีขนาดเล็กลง เหมือนกับเมื่อก่อน ที่มีเครื่อง Xbox 360 Slim ออกมาให้เราได้เล่น 5 ปี หลังจากที่เครื่อง Xbox 360 ออกมา หรือแม้แต่เครื่อง Xbox One S ที่ออกมาหลังจากเครื่อง Xbox One 3 ปี

ภาพจาก  Xbox

การพัฒนาออกมาเลยคราวนี้ในอนาคตเราคงจะได้เห็นเครื่อง Xbox Series X มีราคาถูกลงแน่นอนและอาจจะเป็นการต่อสู้กับคู่แข่งยังค่าย Sony ผู้ผลิตเครื่อง PlayStation 5 ได้ไม่มากก็น้อยเลย น่าจะเป็นราคาเท่าไหร่นั้นก็คงต้องมาติดตามดูกันและที่สำคัญเลยคือเครื่องรุ่นใหม่ของทั้งสองค่ายนั้นมีประสิทธิภาพที่ไม่ได้ทิ้งห่างกันมากนักการที่มีเครื่องใดเครื่องหนึ่งราคาต่ำกว่าคงจะเป็นการดึงดูดให้ผู้เล่นได้มีการโยกย้ายค่ายกันอย่างแน่นอน แต่จะมากหรือน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับเกมด้วยเช่นเดียวกันเพราะบางเกมก็เป็นเกม Exclusive เฉพาะบนเครื่องใดเครื่องหนึ่งเพียงเท่านั้นไม่ได้มีการเปิดให้เล่นบนเครื่องทั้ง 2 รุ่นนั่นเอง

ภาพจาก  Xbox

เมื่อมีการผลิตชิปตัวใหม่ขึ้นมาเพื่อใช้กับเครื่องรุ่นใหม่ล่าสุดคำถามเพื่อหลายคนคงจะต้องตั้งขึ้นมาก็คงจะหนีไม่พ้นประสิทธิภาพของมัน สำหรับชิปประมวลผลตัวใหม่นี้ถึงแม้ว่าจะสามารถใช้พลังงานได้ดีมากยิ่งขึ้นมีขนาดที่เล็กลงแต่ในด้านประสิทธิภาพของการเล่นเกมอาจจะยังไม่เปลี่ยนแปลงจากชิปประมวลผลตัวดั้งเดิม

สำหรับเรื่องของการอัปเดตฮาร์ดแวร์ที่ทาง Microsoft ได้มีการประกาศออกมาเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา ในตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงการพัฒนา ซึ่งก็มีแนวโน้มว่าจะใช้เวลาในอีกสักพักหนึ่งถึงจะมีการปล่อยออกมาให้เห็นอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับตัวฮาร์ดแวร์ตัวใหม่

ข้อมูลจาก Gamespot

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

ดีจริงต้องติดป้าย Google Chrome คัดสรรส่วนขยายที่มีคุณภาพ

Google Chrome

ภาพจาก Pixabay

ส่วนขยาย Google Chrome หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Google Chrome Extension เป็นโปรแกรมที่ถูกบรรจุไว้ในเว็บเบราว์เซอร์ Google Chrome โดยโปรแกรมเหล่านั้นจะช่วยให้การทำงานของเว็บไซต์นั้นสามารถทำงานได้ง่ายมากยิ่งขึ้นมีตัวช่วยให้เราได้เลือกในการใช้งานเพิ่มมากขึ้นโดย Google Chrome Extension มีให้เลือกมากมายเลย มีทั้งที่มีคุณภาพและไม่มีคุณภาพปะปนกันไปทำให้บางครั้งการเลือกใช้งานอาจจะได้ประสิทธิภาพไม่เต็มที่ และบางครั้งอาจจะสร้างความเสียหายให้กับคอมพิวเตอร์ก็เป็นได้

ภาพจาก Chrome WebStore

Google Chrome เลยเพิ่มฟีเจอร์ใหม่เข้าไปเพื่อเป็นการคัดสรรส่วนขยาย Google Chrome ที่มีคุณภาพและได้รับความนิยมในการใช้งานโดยจะเป็นการติดป้ายกำกับบนส่วนขยายที่มีคุณภาพนั่นเอง โดยมีทั้งหมดสองป้ายด้วยกัน อันแรกจะเป็นป้ายกำกับรางวัล ซึ่งจะเป็นป้ายที่เป็นการยืนยันว่าส่วนขยายนี้ได้รับการทดสอบก่อนนำมาใช้งานและเป็นที่นิยมของคนจำนวนมาก ส่วนอีกหนึ่งป้ายนั้นจะเป็นป้ายกำกับผู้พัฒนาโดยป้ายนี้จะแสดงให้เห็นก็ตอบเนี่ยผู้พัฒนาได้มีการยืนยันตัวตนรวมไปถึงพวกเขาเหล่านั้นได้ปฏิบัติตามนโยบายของผู้พัฒนาซึ่งการที่จะได้ปรับป้ายนี้มานั้นเป็นเรื่องที่ยากมากเพราะว่าผู้พัฒนาจะต้องทำผลงานให้ดีอย่างต่อเนื่องและไม่มีการละเมิดกฎโดยจะใช้เวลาในการสังเกตการณ์ประมาณหนึ่งถึงสามเดือน

ภาพจาก Chrome WebStore

โดยการที่จะได้รับป้ายทั้งสองป้ายนั้นผู้พัฒนาจะต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการใช้งานรวมไปถึงจะต้องเข้าถึงได้และไม่มีการชำระค่าบริการต่าง ๆ ภายหลัง

การเพิ่มฟีเจอร์ใหม่นี้ของ Google Chrome ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายของบริษัทที่จะทำให้ผู้ใช้งานนั้นสามารถเลือกใช้งานส่วนขยาย Google Chrome ได้อย่างมั่นใจมากขึ้นและหลีกเลี่ยงส่วนขยายที่ถูกพัฒนามาเพื่อการหลอกลวงให้ได้มากที่สุด

ภาพจาก Chrome WebStore

สำหรับเพื่อน ๆ คนใดที่ยังไม่เคยใช้ส่วนขยาย Google Chrome สามารถหาข้อมูลแก้ตาม YouTube หรือเข้าไปดูส่วนขยายได้ที่เว็บเบราว์เซอร์ Google Chrome โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ Chrome webstore หลังจากนั้นก็ค้นหาส่วนขยายที่ต้องการใช้งานได้เลยโดยในเว็บไซต์จะมีแนะนำอยู่ด้วยเช่นเดียวกันอย่างไรก็ตามอย่าลืมดูเครื่องหมายที่ถูก Google กำกับไว้ด้วยเช่นเดียวกันจะได้ใช้งานเฉพาะส่วนขยายที่มีคุณภาพนั่นเอง

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

Tags #ส่วนขยายGoogleChrome #GoogleChromeExtension #GoogleChrome
ข้อมูลจาก The Verge

Google สัญญา! ปรับระบบปฏิบัติการ Android ให้ทำงานได้ดีขึ้น

Google

บริษัท Google ได้มีการเปิดเผยแผนการพัฒนาระบบปฏิบัติการ Android

ภายในงาน CES2022 บริษัท Google ได้มีการเปิดเผยแผนการทำงานในเรื่องของการพัฒนาระบบปฏิบัติการ Android ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้งานอยู่ในเทคโนโลยีที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์สมาร์ทโฟน, นาฬิกา Smart Watch, แท็บเล็ต และอื่น ๆ โดย Google บอกว่าจะทำให้เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ทำงานร่วมกันได้ดีมากยิ่งขึ้น

ระบบปฏิบัติการ Android เป็นระบบปฏิบัติการที่ทำงานบนเทคโนโลยีของหลาย ๆ ยี่ห้อ ไม่เหมือนกับระบบปฏิบัติการ OS ของ Apple ที่สามารถทำงานได้แค่เพียงผลิตภัณฑ์ของ Apple เท่านั้น ทำให้ระบบปฏิบัติการ Android สามารถเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีให้เข้ากันได้หลากหลายมากกว่า ซึ่ง Google ก็จะทำให้มันมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ฟีเจอร์ Android Fast Pair สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้มากขึ้น

Android Fast Pair เป็นฟีเจอร์ของระบบปฏิบัติการ Android ที่ถูกเปิดตัวมาในปี 2017 ซึ่งจะช่วยในการเชื่อมต่อหูฟังหรือลำโพงและรถยนต์เข้ากับอุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งทาง Google จะทำให้ฟีเจอร์นี้สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ททีวีและอุปกรณ์สมาร์ทโฮมได้ 

โดยในช่วงแรกของการพัฒนานั้นจะพัฒนาให้กับ Chromebook ด้วยจะทำให้อุปกรณ์นี้สามารถตรวจจับอุปกรณ์ต่าง ๆ ตัวอย่างเช่นหูฟังและเชื่อมต่อมาโดยอัตโนมัติผ่านการคลิกเพียงแค่คลิกเดียว โดยหลังจากนี้อีก 1 เดือน Google จะทำให้ Android Fast Pair สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สมาร์ทโฮมผ่าน Google Home และแอปพลิเคชันอื่น ๆ ได้ น้าสามารถเชื่อมต่อหูฟังกับ Google TV และทีวีที่ใช้ระบบปฏิบัติการของ Android อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเข้ากับ Windows ผ่านบลูทูธได้ด้วย

อุปกรณ์ Android ในการปลดล็อกเทคโนโลยีที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ได้ 

ในปัจจุบันนี้ผู้ที่ใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนของระบบปฏิบัติการ Android สามารถที่จะปลดล็อก Chromebook ผ่านโทรศัพท์ได้แล้ว ในอนาคต Google จะทำให้นาฬิกา Smart Watch สามารถทำการปลดล็อก Chromebook โทรศัพท์สมาร์ทโฟน และ แท็บเล็ตได้ได้ และสำหรับและผู้ที่ใช้งานโทรศัพท์ Samsung และ Google Pixel สามารถที่จะปลดล็อก ล็อก หรือว่าสตาร์ทรถยนต์ผ่านการใช้กุญแจดิจิตอลได้

เปลี่ยนอุปกรณ์การรับเสียงได้อย่างอัตโนมัติ

Google จะทำให้ระบบปฏิบัติการ Android สามารถปรับเปลี่ยนอุปกรณ์รับเสียงได้โดยอัตโนมัติผ่านบลูทูธ ตัวอย่างเช่นถ้าหากว่าเรากำลังรับชมหรือรับฟังคลิปวิดีโอและเพลงบนแท็บเล็ต และทันทีทันใดนั้นมีเสียงโทรศัพท์เข้ามา วิดีโอที่เรากำลังดูอยู่นั้นจะถูกหยุดลงโดยอัตโนมัติและอุปกรณ์บลูทูธจะเปลี่ยนจากการเชื่อมต่อแท็บเล็ตไปเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อที่จะพูดคุยกับคนที่โทรเข้ามาและเมื่อพูดคุยเสร็จสิ้นแล้วก็จะมีการสลับกลับเป็นดังเดิม 

นอกจากนี้ยังมีการอัปเดตอื่น ๆ อีกมากมายซึ่งสามารถเข้าไปติดตามได้ที่ Cnet 

ภาพ Screenshot จาก Blog.Google

ข้อมูลจาก Cnet

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

Google จะนำ Android games

Google

Google จะนำ Android games ลงบน PC

Google กำลังวางแผนที่จะนำเกมใน Google Play Games  ซึ่งเป็นการเล่นเกมบนระบบ Cloud คล้ายกับ Game Center ของ Apple ลงในคอมพิวเตอร์ในช่วงปี 2022 โดยเกมที่อยู่ใน Google Play Games จะสามารถเล่นได้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows ไม่ว่าจะเป็นแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือว่าแล็บท็อป 

ในปัจจุบันนี้เราเล่นเกมบนเครื่องมือถือมากขึ้นเพราะว่าเป็นอุปกรณ์ที่อยู่ติดตัวเรามากที่สุดและมีความสะดวกสบายบวกกับสามารถเลขที่ไหนก็ได้ แต่บางครั้งการเล่นเกมบนมือถือก็อาจจะทำให้ไม่ได้รับประสบการณ์การเล่นที่มากพอหน้าจอที่เล็กอาจจะทำให้เราเห็นรายละเอียดบางอย่างไม่ชัด Google จึงอยากเพิ่มประสบการณ์การเล่นให้กับผู้เล่นโดยการทำให้เกม Google Play Games สามารถเล่นได้หลายแพลตฟอร์มมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์สมาร์ทโฟนแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือว่าแล็บท็อปรวมไปถึง Chromebook 

โดยทาง Google บอกว่าบริษัท Google ได้พัฒนาแอปนี้โดยไม่ได้รับการช่วยเหลือจาก Microsoft, BlueStacks และบริษัทอื่น ๆ เลย โดย Google Play Games จะอนุญาตให้ผู้เล่นที่เล่นเกมในแอปสามารถเชื่อมต่อบันทึกและสามารถเล่นเกมที่เล่นอยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์ต่อจากเกมที่เล่นค้างไว้บนสมาร์ทโฟนหรือว่า Chromebook ได้เลย ทำให้ผู้เล่นไม่จำเป็นที่ต้องเริ่มเล่นใหม่ โดย Google บอกว่าแอปพลิเคชัน Google Play Games ที่ทำให้สามารถเล่นเกมบนคอมพิวเตอร์ได้นั้นจะลองรับตั้งแต่ระบบปฏิบัติการ Windows 10 เป็นต้นไป และ Google ก็ไม่ได้มีการเปิดเผยว่าสำหรับ Windows 11 จะมีอะไรที่พิเศษกว่า Windows รุ่นเก่าหรือไม่ 

แต่สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows 11 รองรับให้สามารถเล่นแอปพลิเคชันที่เป็น Android App ได้ และจากการร่วมมือเป็นพาร์ทเนอร์กับ Amazon ทำให้ผู้ที่ใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows 11 สามารถที่จะดาวน์โหลดเกมจาก Amazon Appstore บางเกมมาเล่นบนคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 11 ได้ 

ซึ่งแผนการของ Google ครั้งนี้ถือว่าเป็นประโยชน์สำหรับผู้เล่นเกมอย่างมากเลยทีเดียวเพราะว่านอกจากจะทำให้ผู้เล่นจะได้รับประสบการณ์เล่นเกมที่ดีขึ้นแล้ว ยังลดภาระของการใช้โทรศัพท์มือถือด้วยเพราะว่าถ้าหากเล่นเกมไปชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือไปก็จะทำให้มือถือนั้นมีคุณภาพเสื่อมลง ดังนั้นการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้คนที่ชื่นชอบในการเล่นเกมเล่นเกมที่ตัวเองชื่นชอบได้นานมากขึ้น สำหรับวันที่ Google จะเปิดใช้งานระบบดังกล่าวนั้นก็คงต้องติดตามกันต่อไป และสำหรับ Windows 11 ก็คงต้องมาติดตามดูว่าจะมีอะไรที่พิเศษกว่า Windows 10 หรือไม่หลังจากที่ระบบดังกล่าวได้ถูกเปิดใช้งาน

ภาพจาก Pexels

ข้อมูลจาก The Verge

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

คนไทยค้นหาอะไรบ้างใน Google ปี 2564

Google

คำค้นหายอดนิยม คนไทยค้นหาอะไรบ้างใน Google

ตลอด 1 ปีที่ผ่านมาเราใช้ Google ในการหาข้อมูลต่าง ๆ มากมายเลยทีเดียว ซึ่งในช่วงปลายปีแบบนี้ Google ก็มีการสรุปไว้ให้พวกเราเห็นกันว่าใน 1 ปีที่ผ่านมามีการค้นหาเรื่องใดกันบ้างในประเทศไทย

คำค้นหายอดนิยมที่คนไทยค้นหากันในปีนี้อันดับ 1 เลยก็คือ เราชนะ เมื่อโรคโควิดแพร่กระจายเข้ามาในประเทศไทยทำให้ ประเทศไทยต้องปิดประเทศ และมีมาตรการต่าง ๆ มากมายเพื่อมาลดอัตราการแพร่ระบาด ซึ่งมาตรการเหล่านั้นส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ ภาครัฐจึงมีโครงการเยียวยาเพื่อให้เศรษฐกิจภายในประเทศสามารถดำเนินต่อไปได้นั่นก็คือโครงการเราชนะ ส่วนคำค้นหายอดนิยมอันดับที่ 2 ก็คือ คนละครึ่ง โครงการที่ช่วยเหลือประชาชนทั่วทั้งประเทศเพื่อลดภาระรายจ่ายที่จับจ่ายใช้สอยในแต่ละ โครงการดังกล่าวจะทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องมีภาระค่าใช้จ่ายมากเกินไปเมื่อมีการซื้อสินค้าและบริการทางภาครัฐจะออกค่าบริการให้ครึ่งหนึ่งและผู้บริโภคก็จะออกค่าใช้จ่ายเพียงแค่ครึ่งเดียว ส่วนอันดับที่ 3 ก็คือ Popcat สิ่งนี้ไม่พูดถึงไม่ได้เลยจริงๆ เพราะว่าในช่วงหนึ่งของปีนี้คนในประเทศไทยได้แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันให้เห็นก็เพราะเกมนี้เลยทีเดียว ดูคนไทยช่วยกันคลิกน้องแมวให้อ้าปากจนขึ้นเป็นอันดับที่ 1 ของโลกเลยทีเดียว

สำหรับคำค้นหายอดนิยมเรื่องเกี่ยวกับข่าวสารต่าง ๆ สิ่งที่คนไทยเข้า Google แล้วค้นหากันมากที่สุดก็คือ ข่าวโควิด ต้องยอมรับเลยว่าในปีที่ผ่านมานี้ประเทศไทยนั้นต้องเผชิญกับปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิดทั่วทั้งประเทศจนทำให้ต้องมีการปิดประเทศเพื่อลดโอกาสการแพร่ระบาดของโรคโควิด เพิ่งถึงแม้จะมีมาตรการต่างๆ ออกมามากมายแต่ประเทศไทยก็ยังมีผู้ติดเชื้อทำให้คนสนใจติดตามข่าวสารในเรื่องของข่าวโควิดมากที่สุด สำหรับอันดับที่ 2 ก็คือ ข่าวไฟไหม้ ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด อีกหนึ่งข่าวที่คนติดตามกันมากที่สุดก็คือ ข่าวไฟไหม้โรงงานที่บางพลีที่ส่งผลกระทบต่อผู้ที่อยู่อาศัยบริเวณใกล้เคียง และมีขนตั้งคำถามมากมายเกี่ยวกับการดำเนินการของภาครัฐเพื่อที่จะลดผลกระทบดังกล่าว

สำหรับในเรื่องการลงทุนปีนี้ถือว่าเป็นปีทองของเงินดิจิตอล คนในประเทศไทยเริ่มรู้จักเงินดิจิตอลมากขึ้นและรู้จักการลงทุนทำให้ยอดคำค้นหายอดนิยมเกี่ยวกับเงินดิจิตอลในปีนี้อันดับ1ก็คือ Bitkub ศูนย์ซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโตเคอเรนซี่อันดับ 1 ของประเทศไทย ส่วนอันดับที่ 2 ก็คือ Binance ศูนย์ซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโตเคอเรนซี่ระดับโลกที่มีคนไทยเข้าไปใช้งานเป็นจำนวนมาก

ตลอดทั้งปีที่ผ่านมามีบางช่วงที่ประเทศมีการผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆ ทำให้คนเดินทางไปท่องเที่ยวได้ซึ่งคำค้นหาที่เกี่ยวกับเรื่องท่องเที่ยวที่คนไทยห่างกันมากที่สุดก็คือ ที่เที่ยวระยอง ระยองเป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้กับตัวเมืองกรุงเทพฯมากที่สุดทำให้เหมาะกับการเดินทางพักผ่อนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ในเรื่องของต้นไม้ปีนี้ต้องยกให้ ต้นบอนสี ต้นไม้ประดับที่มีใบด่างและได้รับความนิยมมาตลอดทั้งปี 

สำหรับคำค้นหาอื่น ๆ ที่ติดอันดับสามารถเข้าไปดูได้ที่ Trend.google

ภาพจาก Pixabay

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

โหลด App ลง Android TV ผ่านโทรศัพท์มือถือ

Android TV

Google บริษัทที่ทำการพัฒนาระบบปฏิบัติการ Android ได้มีการอัปเดตระบบเป็นรูปแบบ server-side update

ในปัจจุบันนี้นอกจากสมาร์ทโฟนแล้วทีวีก็ถือเป็นอีกส่วนหนึ่งที่สามารถสร้างความบันเทิงให้กับเราได้ ซึ่ง TV ในปัจจุบันนี้ที่มีอยู่ตามบ้านส่วนใหญ่ก็คงจะเป็น Android TV ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตรวมถึงเข้าใช้งานแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้ไม่ว่าจะเป็น YouTube หรือว่า Netflix โดยที่ผ่านมาการที่จะสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันลงบน Android TV ได้นั้นจำเป็นต้องทำผ่านทีวีเพียงเท่านั้น แต่ว่าทาง Google ได้ทำการอัปเดตใหม่ช่วยเพิ่มความสามารถให้สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันลงบน Android TV ผ่านโทรศัพท์มือถือ Android ได้

Google บริษัทที่ทำการพัฒนาระบบปฏิบัติการ Android ได้มีการอัปเดตระบบเป็นรูปแบบ server-side update ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้งานนั้นสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันลงบน Android TV ภาพโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ได้แต่อย่างไรก็ตามยังไม่ได้ถูกอัปเดตออกมาให้ผู้ใช้งานทุกคนด้วยใช้งานกันมีเพียงผู้ใช้งานบางส่วนเท่านั้นที่สามารถใช้งานการอัปเดตครั้งนี้ได้ ซึ่งการที่จะดาวน์โหลดแอปพลิเคชันลงบน Android TV ผ่านสมาร์ทโฟนนั้นสามารถทำได้ผ่าน Google Play Store ในเวอร์ชันเว็บไซต์

มีผู้ใช้งานบางส่วนได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลนี้บนเว็บไซต์กระทู้อย่าง Reddit ว่าพวกเขาสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันลงบนสมาร์ททีวีผ่านโทรศัพท์สมาร์ทโฟนได้โดยเมื่อกดปุ่มดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจะมีตัวเลือกมาให้เลือกว่าจะดาวน์โหลดลงบนสมาร์ทโฟนหรือว่า Android TV โดย Android TV และสมาร์ทโฟนต้องเชื่อมต่อกับบัญชี Google เดียวกัน

ซึ่งการอัปเดตครั้งนี้คงทำให้ผู้ใช้งาน Android นั้นใช้งานได้สะดวกมากขึ้นอย่างมากเลยทีเดียวโดยเฉพาะในเรื่องของการดาวน์โหลดแอปลงบน Android TV ที่ตั้งอยู่ที่บ้าน และก็คงต้องมาดูว่าในอนาคต Google จะมีการอัปเดตให้ฟีเจอร์ดังกล่าวถูกใช้งานได้กับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนหลาย ๆ รุ่นได้หรือไม่ เพราะว่าหลาย ๆ คนคงจะชินกับการใช้งานโทรศัพท์สมาร์ทโฟนมากกว่าใช้งาน Android TV อย่างแน่นอน และบางครั้งการใช้งาน Android TV ผ่านรีโมทนั้นก็เป็นเรื่องที่เสียเวลามากโดยเฉพาะในเรื่องการพิมพ์ ก็ต้องมาดูว่าทาง Google จะอัปเดตให้ Android TV สามารถรองรับกับฟีเจอร์ดังกล่าวได้มากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตามในแง่ของการติดตามสื่อบันเทิงอยาก YouTube หรือ Netflix ใน Android TV ส่วนใหญ่ก็จะมี Chromecast ที่ไว้คอยเชื่อมต่อระหว่างสมาร์ทโฟนกับทีวีอยู่แล้ว การอัปเดตครั้งนี้ก็คงจะทำให้ใช้งานกับแอปพลิเคชันอื่นๆ ที่ไม่ใช่สื่อบันเทิงอย่างแน่นอน

ภาพจาก Pexels

ข้อมูลจาก Gadgets.ndtv

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

Google เพิ่มเครื่องมือใหม่ต่อสู้กับวิกฤตสภาพอากาศ

Google

บริษัท Google เริ่มที่จะมีแนวทางที่จะช่วยแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน

ภาวะโลกร้อน ฝนตกไม่ถูกต้องตามฤดูกาล ไฟป่า ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น น้ำแข็งขั้วโลกละลาย หรือภัยพิบัติต่าง ๆ ล้วนเกิดจากสภาพอากาศที่อยู่บนโลกนั้นเปลี่ยนแปลง ซึ่งสาเหตุหลักก็คือมนุษย์เรานี่เองเมื่อมีประชากรมีเพิ่มมากขึ้นเทคโนโลยีอุตสาหกรรมอาชีพก็จะมีเพิ่มขึ้นตามจำนวนของประชากรซึ่งสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ส่งผลเสียต่อธรรมชาติเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ซึ่งทำให้อุณหภูมิของโลกเพิ่มมากขึ้นทีละเล็กทีละน้อยทุก ๆ ปี ทำให้ในอนาคตนั้นมนุษย์จะดำรงชีวิตได้ยากมากขึ้นนั่นเอง ในปัจจุบันนี้หลายๆ บริษัทหรือหลายๆ ประเทศก็มีการพูดเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนอยู่เป็นประจำรวมถึงวิธีการในการแก้ไขปัญหาซึ่งหลายๆ ประเทศก็ร่วมมือการที่จะแก้ไขปัญหานี้ให้ได้มากที่สุดรวมไปถึงบริษัทยักษ์ใหญ่หลาย ๆ บริษัทด้วยเช่นเดียวกัน

บริษัท Google ก็เป็นบริษัทที่มีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเมื่อวันพุธที่ผ่านมาทาง Google ได้มีการเพิ่มเครื่องมือใหม่ไปในเว็บไซต์ในระบบค้นหาและแผนที่เพื่อให้ผู้คนที่เข้ามาใช้เว็บไซต์ได้มีส่วนช่วยในการลดปัญหาแล้วผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม

โดยเครื่องมือที่ Google ใส่เข้าไปในนั้นก็คือผลลัพธ์การค้นหานั้นเอง เมื่อมีผู้ใช้งานค้นหาเกี่ยวกับปัญหาภาวะโลกร้อนหรือว่าสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป Google ก็จะแสดงข้อมูลมากมายทั้งในทางด้านวิทยาศาสตร์และในข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป รวมไปถึงการกระทำสาเหตุและผลลัพธ์ด้วย ข้อมูลทั้งหมดนั้นได้มาจาก UN เพื่อให้ทุกคนนั้นได้ศึกษาและรู้ถึงวิธีการแก้ไขเพื่อให้โลกของเรานั้นได้รับผลกระทบสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปลดลงนั่นเอง

นอกจากจะสามารถค้นหาเกี่ยวกับเรื่องสภาพอากาศแล้วทาง Google นั้นยังสามารถมากค้นหาเกี่ยวกับโรงแรมที่เป็นระบบ Eco ได้อีกด้วย รวมไปถึงสายการบินที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมก็สามารถค้นหาได้ใน Google สำหรับ Google map นั้นก็สามารถพัฒนาให้สามารถค้นหาการนำทางแบบ Eco ได้ด้วย เรียกได้ว่าทั้งหมดเป็นเครื่องมือพี่ Google พัฒนามาเพื่อโลกสีเขียวในอนาคตเลยทีเดียว ซึ่งเทคโนโลยีทั้งหมดนี้จะเป็นเทคโนโลยีที่ Google จะเพิ่มเข้ามาในเว็บไซต์ในอนาคต

ออกจากบริษัท Google บริษัทอื่น ๆ อีกหลายบริษัทก็เริ่มที่จะมีแนวทางที่จะช่วยแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนด้วยเช่นเดียวกันไม่ว่าจะเป็น Apple, Samsung และ Facebook ที่พยายามให้ supply chain ของตนเองนั้น ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พยายามที่จะใช้พลังงานหมุนเวียน

ภาพจาก Pixabay

ข้อมูลจาก Cnet

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

Google สู้ข่าวปลอมเพื่อโลกสีเขียว

Google

Google บริษัทยักษ์ใหญ่ที่อยู่ในแวดวงอินเทอร์เน็ต

ในปัจจุบันนี้โลกของเรากำลังเจอกับปัญหาภาวะโลกร้อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คุณภูมิของโลกนั้นเพิ่มสูงขึ้นทุกปีภัยพิบัติก็เริ่มมีมากขึ้น แถมยังก่อให้เกิดปัญหาอะไรอีกหลายๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ไฟไหม้ป่า ความแห้งแล้งและอื่น ๆ ซึ่งหลาย ๆ คนก็เห็นถึงปัญหานี้ รวมไปถึงหลายๆ บริษัทและหลายๆ ประเทศทั่วโลกก็พร้อมที่จะเดินหน้าแก้ไขปัญหาดังกล่าวถึงแม้ว่าเราจะต้องยินยอมรับสิ่งที่เราได้สร้างขึ้นตั้งแต่อดีตก็ตามที

ภาวะโลกร้อนเป็นปัญหาที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้และทุกคนควรให้การแก้ไขแต่ว่าในปัจจุบันนี้ก็ยังมีคนที่เพิกเฉยเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวและใช้มันในการเป็นช่องทางหาเงินไม่ว่าจะเป็นการแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นจริงหรือการโฆษณาต่าง ๆ ผ่านทางโลกของอินเทอร์เน็ต ทำให้ Google บริษัทยักษ์ใหญ่ที่อยู่ในแวดวงอินเทอร์เน็ตนั้นจะต้องออกมากำหนดนโยบายเพื่อกำจัดข้อมูลปัญหาภาวะโลกร้อนหรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ไม่มีข้อเท็จจริงออกไป

โดยนโยบายที่ Google ออกมานั้นจะเริ่มใช้งานในช่วงเดือนหน้า โดยเนื้อหาที่ไม่เป็นจริงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศหรือปัญหาภาวะโลกร้อนรวมไปถึงสาเหตุของปัญหาที่ไม่เป็นจริงนั้น รวมไปถึงโฆษณาที่มีความเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่ได้กล่าวมาข้างต้นจะถูกนำออกจาก Google รวมไปถึง YouTube และทุก ๆ ช่องทางที่ Google ดูแลอยู่

Google บอกว่ามีพาร์ทเนอร์หลาย ๆ คนกำลังกังวลเกี่ยวกับการโปรโมทข้อมูลที่ไม่เป็นจริงเกี่ยวกับปัญหาภาวะโลกร้อนและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป โดยทาง Google ได้บอกอีกด้วยว่าผู้ที่ทำโฆษณาหลายๆ คนไม่อยากให้โฆษณาของพวกเขาที่มีการโฆษณาใน Google ไปอยู่กับเนื้อหาที่ไม่เป็นจริงเหล่านี้ รวมไปถึงผู้สร้างเว็บและครีเอเตอร์หลายๆ คนไม่อยากให้มีโฆษณาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ไม่เป็นจริงแต่แสดงในหน้าเว็บหรือคลิปวิดีโอของพวกเขา

ระยะเวลาที่ผ่านมา Google ได้ถูกกดดันอย่างมากเพื่อให้กำจัดข้อมูลที่ไม่เป็นจริงเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ ซึ่งก็ดูเหมือนว่าทาง Google ก็พยายามที่จะขยับเขยื้อนมาโดยตลอดและได้มีการเพิ่มช่องทางและเพิ่มระบบใหม่ ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้หมดไปอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นใน Google Map และ Google Search ที่ได้มีการเพิ่มการให้ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับภาวะโลกร้อนและวิธีการลดปัญหา

นอกจาก Google แล้ว บริษัทอื่น ๆ ก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยเช่นเดียวกันและที่สำคัญเลยปัญหานี้ไม่ใช่เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขโดยบริษัทใหญ่ๆ ทั่วโลกจะเป็นปัญหาที่ทุกคนสามารถช่วยแก้ไขได้ถึงแม้ว่าในตอนนี้จะไม่ทันแล้วก็ตามแต่สำหรับในอนาคตก็ยังพอเป็นไปได้จะช่วยลดปัญหาที่ได้มากถ้าหากว่าเราร่วมมือกัน

ภาพจาก Pixabay

ข้อมูลจาก CNN

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

บริษัท Microsoft ยกเลิกแผนเปิดออฟฟิศ

Microsoft

บริษัท Microsoft บริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านเทคโนโลยีที่มีศูนย์ใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการยกเลิกแผนการที่จะเปิดออฟฟิศ

ต้องยอมรับว่าถึงแม้ในประเทศสหรัฐอเมริกาจะเริ่มมีการฉีดวัคซีนและผู้คนส่วนใหญ่ในบางรัฐก็เริ่มกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติแล้วแต่ด้วยการแพร่ระบาดของโรคโควิดสายพันธุ์เดลต้า ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีความรุนแรงมากกว่าสายพันธุ์ทั่วไปรวมถึงมีการแพร่ระบาดได้เร็ว ทำให้ประเทศสหรัฐอเมริกาต้องกลับมากังวลเรื่องการแพร่ระบาดของโรคอีกครั้ง โดยทางรัฐบาลได้ขอให้ทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ นั้นช่วยหยุดแพร่กระจายข่าวปลอมและเปิดเผยความจริงมากยิ่งขึ้นเพื่อเชิญชวนให้คนภายในประเทศนั้นเข้ามาฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นนั่นเอง เช่นเดียวกับบริษัทหลาย ๆ บริษัทที่ต้องมีการปรับตัวอีกครั้ง หลังจากที่เชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลต้าเริ่มมีการแพร่กระจายมากขึ้น

บริษัท Microsoft บริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านเทคโนโลยีที่มีศูนย์ใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการยกเลิกแผนการที่จะเปิดออฟฟิศและให้พนักงานกลับมาทำงานในออฟฟิศเนื่องจากมีความหวาดกลัวในเรื่องของการแพร่ระบาดของโรคโควิดสายพันธุ์เดลต้า ซึ่งในทางบริษัท Microsoft ตั้งใจที่จะเปิดศูนย์ใหญ่ที่ตั้งอยู่ในรัฐวอชิงตันให้พนักงานกลับมาทำงาน รวมไปถึงออฟฟิศในหลาย ๆ พื้นที่ในช่วงเดือนตุลาคมที่จะถึง

การที่บริษัท Microsoft ตัดสินใจที่จะเลื่อนเปิดออฟฟิศไปอีกทำให้ Microsoft กลายเป็นอีกหนึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีแผนการที่จะเลื่อนการเปิดออฟฟิศออกไป หลาย ๆ บริษัทมีแผนการเปิดออฟฟิศหลังช่วงวันแรงงานจนถึงช่วงเดือนตุลาคม และอีกหลาย ๆ บริษัทมีแผนที่จะเปิดออฟฟิศอีกครั้งให้พนักงานเข้ามาทำงานในช่วงปี 2022 เลย

บริษัท Google เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่มีแผนการที่จะเปิดออฟฟิศให้พนักงานกลับมาทำงานในช่วงวันที่ 10 มกราคม 2022 โดยในระหว่างนี้พนักงานสามารถทำงานที่บ้านได้ ซึ่งเป็นการประกาศออกมาโดย Sundar Pichai ผู้ที่เป็น CEO ของทางบริษัท

ในช่วงโควิดที่ผ่านมาเราได้เห็นหลาย ๆ บริษัทปรับเปลี่ยนให้พนักงานทำงานที่บ้านได้ซึ่งนั่นก็เป็นเวลามากกว่า 2 ปีแล้ว และ 2 ปีที่ผ่านมาก็เห็นได้ชัดว่าหลายๆ บริษัทนั้นยังคงดำเนินธุรกิจต่อไปได้ถึงแม้ว่าพนักงานจะไม่ทำงานที่บริษัทก็ตามที และก็ดูเหมือนว่าในอนาคตหลังจากที่วิกฤตโควิดหมดไปเราคงจะได้เห็นหลาย ๆ บริษัทนั้นมีการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานอย่างแน่นอน จะมีความเป็น Hybrid มากขึ้น ซึ่งการทำงานในรูปแบบนี้ก็อาจจะเหมาะสมกับบุคคลหลาย ๆ คนเลยทีเดียว ก็ต้องมาติดตามดูว่าหลังจากการถ้าระบาดของโลกจบลงเราจะได้เห็นบริษัทหลาย ๆ บริษัทปรับเปลี่ยนไปในทิศทางไหนบ้าง

ภาพจาก Pixabay

ข้อมูลจาก

Cnn: Microsoft abandons plan to reopen US offices amid Covid worries

Cnn: Google pushes its return to the office back to 2022

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

Google ทดสอบฟีเจอร์ Comment Translation

Google

Google ได้มีการทดสอบระบบใหม่บนแอป YouTube ของระบบปฏิบัติการ iOS และ Android โดยมีการใช้งานสำหรับผู้ที่ใช้งาน YouTube Premium โดยจะมีการทดสอบจนถึงวันที่ 9 กันยายน

ในปัจจุบันนี้บน YouTube นั้นมีเนื้อหาคลิปที่หลากหลายเป็นอย่างมากและที่สำคัญมีหลากหลายประเทศและบางครั้งเราก็ไม่ได้รับชมเพียงแค่เนื้อหาของประเทศลาวเพียงเท่านั้นบางครั้งเราก็ชมเนื้อหาจากต่างประเทศด้วยเช่นเดียวกันซึ่ง ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะเก่งภาษาต่างประเทศทำให้การเข้าไปคอมเมนต์หรือจะอ่านคอมเมนต์ต่างๆ ที่มีคนเขาเข้ามาเขียนไว้เป็นเรื่องที่ยากมากดังนั้น Comment Translation ก็จะเข้ามาช่วยในส่วนนี้ได้ดีเลยทีเดียว

เมื่อระบบ Comment Translation พบว่ามีคอมเมนต์ที่ไม่ใช่ภาษาแม่ของผู้ใช้งานระบบจะทำการแปลภาษาโดยอัตโนมัติเพื่อให้ผู้ใช้งานนั้นสามารถเข้าใจบริบทต่าง ๆ ได้ ซึ่งฟีเจอร์ใหม่นี้ที่จะเปิดให้ทดสอบกับผู้ที่ใช้งาน YouTube Premium นั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของ YouTube Experiment ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้งาน YouTube Premium นั้นมีสิทธิ์ได้ทดสอบฟีเจอร์ใหม่ก่อนผู้อื่น โดยผู้ใช้งานนั้นจะต้องเปิดใช้งาน opt-in สำหรับโปรแกรมทดลองเสียก่อน

เมื่อผู้ใช้งานนั้นสามารถเปิดใช้งาน opt-in สำหรับโปรแกรมทดลองได้แล้วให้ทำการปิดและเปิดแอปอีกรอบนึงหลังจากนั้นจะเห็นปุ่มแปลภาษา เช่นเดียวกันผู้ใช้งานสามารถแปลให้เป็นภาษาเดิมได้โดยกดที่ดูต้นฉบับ

อย่างไรก็ตามฟีเจอร์ Comment Translation ยังอยู่ในช่วงการทดสอบและยังไม่มีข้อมูลที่มากพอที่จะบอกได้ว่าฟีเจอร์นี้จะออกมาให้ผู้ใช้งานนั้นใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อใด

ในอนาคตกำแพงทางด้านภาษาก็จะเริ่มลดลงและคอนเทนต์ต่าง ๆ นั้นก็จะเริ่มเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้นเพราะว่า YouTube นั้นได้มีการเห็นความสำคัญของทางด้านภาษาแล้วในปัจจุบันนี้ ในบางคลิปวิดีโอก็มี subtitle แปลเป็นภาษาอื่นๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานนั้นสามารถเข้าใจเนื้อหาของคอนเทนต์ได้มากขึ้น แน่นอนว่าภาษาเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ผู้คนที่ใช้ภาษาต่างกันนะสื่อสารกันได้เข้าใจกันมากขึ้น การที่คนเรานั้นสามารถฟังพูดอ่านเขียนได้มากกว่า 1 ภาษาถือว่าได้เปรียบแต่ว่าในปัจจุบันนี้ก็มีเครื่องมือต่าง ๆ ที่ทำให้กำแพงทางด้านภาษานั้นลดลงได้มากเลยทีเดียว และทำให้การเรียนภาษานั้นเป็นเรื่องง่ายขึ้น 

ภาพจาก Pixabay

ข้อมูลจาก Gadgetsnow

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  
เวปไซด์ getup-it.com