เปิดตัว iPhone 14 น่าซื้อมากแค่ไหนเมื่อเทียบกับ iPhone 13

เปิดตัว iPhone 14 น่าซื้อมากแค่ไหนเมื่อเทียบกับ iPhone 13

บริษัท Apple จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในทุก ๆ ปี และเมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ 2565 ที่ผ่านมา ก็ได้มีการเปิดตัวโทรศัพท์รุ่นใหม่นั่นก็คือ iPhone 14 นั่นเอง ซึ่งรุ่นนี้ก็เป็นอีกรุ่นที่ผู้บริโภคต่างให้การรอคอย ที่สำคัญเลยก็คือโทรศัพท์รุ่นใหม่ของ Apple จะวางจำหน่ายในประเทศไทยหนึ่งสัปดาห์หลังจากการเปิดตัวเพราะว่าประเทศไทยได้กลายเป็นประเทศ Tier 1 ซึ่งก็คือเป็นประเทศแรก ๆ ที่ทาง Apple จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่

เปรียบเทียบสเปคระหว่าง iPhone 14 และ iPhone 13

ภาพ Apple

สำหรับผู้ที่ใช้งานโทรศัพท์ iPhone คงจะรู้ดีว่าราคาของมันมีราคาแพงอย่างมากและโทรศัพท์บางรุ่นก็สามารถใช้งานได้ยาวนานมากกว่า 1 ปี ทำให้บางครั้งเราไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ทุกปีก็ได้ แต่สำหรับผู้ที่ต้องการจะซื้อโทรศัพท์รุ่นใหม่ของ Apple นั้น และกำลังเลือกอยู่ว่าจะซื้อ iPhone 13 หรือ iPhone 14 ที่เป็นโทรศัพท์รุ่นใหม่ดี ก็มาลองดูการเปรียบเทียบสเปคของเครื่องทั้ง 2 รุ่นกันดีกว่า โดยจะเปรียบเทียบกันในรุ่นปกติ

สเปคiPhone 13iPhone 14
หน้าจอ Super retina XDR (OLED) 6.1 นิ้ว Super retina XDR (OLED) 6.1 นิ้ว 
รีเฟรชเรต 60 Hz 60 Hz
CPUA-15 Bionic + CPU 4 coreA-15 Bionic + CPU 5 core
RAM4GB 6GB
ความจุ 128 GB/ 256 GB/ 512 GB 128 GB/ 256 GB/ 512 GB
กล้องหน้า 12 MP (F/2.2)12 MP (F/1.9) AF
กล้องหลังกล้องหลัก 12MP (f/1.8)   กันสั่น Sensor-Shift OIS  Ultra-Wide 12MP (f/2.4)กล้องหลัก 12MP (f/1.5)   กันสั่น Sensor-Shift OIS  Ultra-Wide 12MP (f/1.8)
การถ่ายวีดิโอ4K 60fps, Cinematic mode 1080p 30fps4K 60fps, Cinematic mode 4K 30fps เพิ่ม Action mode
แบตเตอรี่3,227 mah3,279 mah
ขนาด146.7 x 71.5 x 7.7 มม.  / 174 กรัม146.7 x 71.5 x 7.8 มม.  / 172 กรัม
ราคา29,900 บาท32,900 บาท

ฟีเจอร์ต่าง ๆ ของ iPhone 14

ภาพ Apple

เมื่อเปรียบเทียบสเปคของ iPhone 14 ธรรมดากับ iPhone 13 ธรรมดาแล้วเรียกได้ว่ามีสเปคที่ใกล้เคียงกันเป็นอย่างมากแต่สำหรับฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่มีอยู่ใน iPhone 14 จะมีอะไรกันบ้างนั้น มาดูกันดีกว่า

ภาพ Apple

iPhone 14 สามารถเปลี่ยนรูปร่างของหน้าจอ Lock Screen ได้ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายแนวเลย ซึ่งฟีเจอร์ดังกล่าวไม่มีอยู่ใน iPhone รุ่นก่อนเลยก็ว่าได้ สำหรับในเรื่องของความปลอดภัย iPhone 14 สามารถตรวจจับการชนและสามารถโทรขอความช่วยเหลือได้ และใครที่เป็นสายถ่ายวิดีโอหรือ Vlog ระบบกันสั่นใน Action mode ของโทรศัพท์รุ่นใหม่นี้ก็ทำให้ถ่ายวิดีโอได้นิ่งขึ้น รวมถึงการถ่ายภาพโทรศัพท์รุ่นนี้มีเทคโนโลยีใหม่ที่จะทำให้การถ่ายภาพมีสีสันที่สวยงามมากยิ่งขึ้น โดยเครื่องรุ่นใหม่นี้จะใช้งานกับระบบปฏิบัติการ iOS 16 ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น รายละเอียดของ iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max สามารถติดตามได้ที่ Apple.com

ย้ำกันอีกครั้งว่าประเทศไทยกลายเป็นประเทศต้นๆ ของโลกที่จะมีการวางขายiPhone 14 โดยเริ่ม Pre-order ในวันที่ 9 กันยายน แล้วจะวางจำหน่ายในวันที่ 16 กันยายน

ข้อมูลจาก Apple, Droidsans, Beartai

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

ข่าวคราวของ iOS 16 ระบบปฏิบัติการใหม่ iPhone

ข่าวคราวของ iOS 16 ระบบปฏิบัติการใหม่ iPhone

ภาพ Pexels

ในทุก ๆ ปีบริษัท Apple จะมีการปล่อยผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาให้พวกเราได้ใช้งานกัน ซึ่งหลายคนก็คงตั้งหน้าตั้งตารอว่าในปีนี้นี้นั้น Apple จะออกผลิตภัณฑ์ใดออกมาให้เป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจกันบ้าง แต่นอกจากผลิตภัณฑ์ใหม่แล้วสิ่งหนึ่งที่ Apple มีอัปเดตตลอดทุกปีก็คือระบบปฏิบัติการทั้งของ iPhone iPad รวมไปถึง Mac ซึ่งระบบปฏิบัติการของ Apple นั้นจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยในปีนี้สำหรับ iPhone แล้วระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ที่เตรียมพร้อมจะออกมาให้ผู้ใช้งานได้อัปเดตกันก็คือ iOS 16

ภาพ Pexels

ในช่วงนี้โทรศัพท์ iPhone เริ่มมีการแจ้งเตือนให้มีการอัปเดตระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่อย่าง iOS 15.5 ในอนาคตก็จะมีระบบปฏิบัติการ iOS 16 ออกมาให้ได้ใช้งานกันสำหรับ iPhone และ iPad โดย iPad จะเป็น iPadOS 16 ซึ่งระบบปฏิบัติการทั้งคู่อาจจะเปิดตัวในงาน WWDC 2022 ซึ่งเป็นงานอีเว้นท์ที่ทาง Apple จัดขึ้นทุกปี โดยในปีนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 6 มิถุนายนสิ่งที่คาดการณ์ว่าจะถูกเปิดเผยในงานดังกล่าวก็คือระบบปฏิบัติการ MacOS ของเครื่อง Mac , WatchOS ของนาฬิกา Apple Watch และอาจจะมีการเปิดตัวฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่อย่างชิป M1 ตัวใหม่ด้วย กลับมาพูดถึงระบบปฏิบัติการ iOS 16 มีข่าวลือเกี่ยวกับวันเปิดให้ดาวน์โหลดรวมไปถึงฟีเจอร์ใหม่ๆ ด้วยซึ่งทั้งหมดจะถูกเปิดเผยในงาน

ภาพ Pexels

มีความเป็นไปได้ว่าระบบปฏิบัติการiOS 16 จะมีการเปิดให้ใช้งานในช่วงเดือนกันยายน ซึ่งทาง พร้อมกับเครื่อง iPhone รุ่นใหม่ตัวอย่างเช่นเมื่อปีที่ผ่านมา Apple ได้มีการปล่อย iOS 15 ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ซึ่งเป็น 1 สัปดาห์หลังจากที่งานเปิดตัว iPhone 13 ได้ถูกจัดขึ้นและในปีนี้ iPhone 14 ก็จะมีการเปิดตัวในช่วงเดือนกันยายนเป็นไปได้ว่า iOS 16 จะมีการปล่อยให้อัปเดตหลังจากนั้น

ภาพ Pexels

นอกจากวันปล่อยให้อัปเดตของระบบปฏิบัติการ iOS 16 แล้วหลายคนคงจะมีคำถามว่า “ระบบปฏิบัติการรุ่นนี้สามารถใช้กับ iPhone รุ่นเก่าได้หรือไม่” สำหรับ iOS 15 นั้นสามารถใช้ได้กับเครื่อง iPhone 6s ที่เปิดตัวมาในปี 2015 ได้อย่างลื่นแต่สำหรับ 16 นั้นได้มีการยืนยันจากเว็บไซต์ iPhonesoft ว่าระบบปฏิบัติการตัวนี้จะใช้ได้กับเครื่อง iPhone ที่ใช้ชิปประมวลผล A10 ขึ้นไปทำให้ระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ที่จะออกมาในปีนี้นั้นสามารถใช้กับ iPhone 7 ขึ้นไปเพียงเท่านั้นสำหรับ iPhone 6 ไม่ว่าจะเป็น 6S, 6S Plus และ iPhone SE ที่เปิดตัวในปี 2016 จะไม่สามารถใช้ระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่นี้ได้

ข้อมูลจาก Cnet

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

Apple เพิ่มเสียงใหม่ให้ Siri

Apple เพิ่มเสียงใหม่ให้ Siri

ถ้าเราใช้อุปกรณ์ของ Apple ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPod, iPad หรือว่าจะเป็นเครื่อง Mac เราทุกคนคงต้องรู้จัก Siri อย่างแน่นอน

Siri เป็นผู้ช่วยสั่งการด้วยเสียงที่อยู่คู่กับอุปกรณ์ของ Apple มาอย่างยาวนานโดยมันสามารถช่วยให้การทำงานบนอุปกรณ์ของ Apple เป็นเรื่องที่ง่ายดายมากยิ่งขึ้นเลยทีเดียว มีผู้ใช้งานจำนวนมากที่ใช้โทรศัพท์ iPhone และใช้งาน Siri อยู่เป็นประจำ โดยปัจจุบันนี้ Siri ก็ได้ถูกพัฒนามาจากเมื่อก่อนมากมายเลยและล่าสุดสำหรับผู้ที่ใช้งาน iOS 15.4 ผู้ช่วยสั่งการด้วยเสียงอย่าง Siri ก็จะมีเสียงใหม่มาให้ผู้ใช้งานได้เลือกใช้งานกันแล้ว

Apple

iOS 15.4 ถือว่าเป็นระบบปฏิบัติการรุ่นต่อไปของ Apple โดยสิ่งที่เป็นไฮไลท์ก็คือเสียงของ Siri เสียงใหม่ที่จะถูกเพิ่มเข้ามาเป็นเสียงที่ 5 แล้วโดยจะเป็นเสียงของผู้หญิงที่ใช้สำเนียงอเมริกัน โดย Steve Moser ผู้พัฒนาระบบ iOS ให้ชื่อของเสียงที่ 5 นี้ว่า “Quinn”

ซึ่งทางเว็บไซต์ Axios ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเสียง Siri ใหม่นี้ไว้ด้วยว่าเสียงใหม่นี้จะมีไม่มีการระบุเพศเหมือนกับเสียง Siri ที่ถูกนำเข้ามาก่อนหน้านี้ ซึ่งทาง Apple ก็ได้ยืนยันว่าผู้ที่มาให้เสียง Siri เสียงที่ 5 นี้เป็นคนในกลุ่ม LGBT+ ซึ่งทาง Apple ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลไปมากกว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นบุคลิกลักษณะต่าง ๆ ทาง Apple เป็นบริษัทที่สนับสนุนความเป็นมนุษย์มากเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นเรื่องความหลากหลายทางเพศหรือเรื่องสีผิวก็ตาม ในปีที่แล้วก็ให้คนผิวสีเข้ามาให้เสียงของ Siri

Apple

อย่างไรก็ตามเสียง Siri เสียงใหม่นี้จะเป็นเสียงภาษาอังกฤษเพียงเท่านั้นสำหรับคนที่ใช้โทรศัพท์ไอโฟนในประเทศไทยก็คงต้องใช้เสียงSiri เสียงเก่าไปก่อน สำหรับภาษาไทยนั้นเสียงของ Siri จะเป็นเสียงผู้หญิงซึ่งเป็นเสียงพื้นฐานที่ทางระบบตั้งค่าไว้นั่นเอง

Apple

นอกจาก iOS 15.4 นั้นจะมีการอัปเดตเสียงใหม่ของ Siri แล้วในเวอร์ชันทดสอบยังมีการอัปเดตในเรื่องของ AirTags anti-stalking อีกด้วยโดยระบบดังกล่าวจะเป็นการใช้งานร่วมกับ Air Tag อุปกรณ์ติดตามของ Apple ซึ่งระบบดังกล่าวจะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งาน Airtag ใช้อุปกรณ์ในการติดตามผู้คนซึ่งมันเป็นเหมือนการสะกดรอยตามนั่นเอง เพราะว่ามันกลายเป็นปัญหาอย่างมากเลยทีเดียวเมื่อคนใช้งาน Airtag ผิดวิธี บริษัท Apple สร้าง Airtag มาเพื่อวัตถุประสงค์ในการค้นหาอุปกรณ์ต่างๆ ที่ผู้ใช้งานอาจจะวางลืมไว้และหาไม่เจอเป็นต้น แต่ก็มีคนบางกลุ่มที่ใช้งานอุปกรณ์ชนิดนี้ผิดวิธีโดยใช้มันในการสะกดรอยตามคนซึ่งมันเหมือนเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลนั้นเองทาง Apple จึงได้พัฒนาระบบ AirTags anti-stalking ขึ้นมานั่นเอง

ภาพจาก Pixabay

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

ข้อมูลจาก The Verge

iPhone นวัตกรรมเปลี่ยนโลก

iPhone

iPhone นวัตกรรมเปลี่ยนโลกเกิดขึ้นเมื่อ 15 ปีที่แล้ว

ในช่วงที่เราใช้โทรศัพท์ที่เป็นปุ่มกดเราคงไม่มีทางคิดถึงได้เลยว่าในปัจจุบันนี้โทรศัพท์ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารหรือส่งข้อความจะเปลี่ยนแปลงไปได้มากมายถึงขนาดนี้ ในปัจจุบันนี้โทรศัพท์ปุ่มกดแล้วแทบจะไม่เห็นกันแล้วบริษัทส่วนใหญ่หันมาใช้โทรศัพท์ที่เป็นระบบสัมผัส ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำมากกว่าสามารถทำประโยชน์ได้มากกว่าไม่ว่าจะเป็นใช้ในการติดต่อสื่อสาร เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต นำทาง หรือแม้แต่ในเรื่องของความบันเทิง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของโทรศัพท์จากปุ่มกดมาเป็นโทรศัพท์ที่ใช้ระบบสัมผัสเกิดขึ้นเมื่อ 15 ปีที่แล้ว

ในวันที่ 9 มกราคมปี 2550 ผู้ชายที่มีชื่อว่า Steve Jobs  ได้เปลี่ยนแปลงโลกทั้งใบไปโดยสิ้นเชิงโดยการเปิดตัวโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่มีชื่อว่า iPhone รุ่นแรก ในตอนนั้นเพียงแค่เราได้เห็นโทรศัพท์เปลี่ยนจากปุ่มกดเป็นระบบสัมผัสเราก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจมากแล้วแต่นี่ยังสามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตและทำให้การติดต่อสื่อสารเป็นเรื่องง่ายกว่าเดิมขึ้นไปอีก ที่สำคัญเลยก็คือ iPhone เปลี่ยนให้บริษัทหลายๆบริษัทหันมาใช้เทคโนโลยีระบบสัมผัสด้วยปลายนิ้วแทนที่จะใช้ปุ่มกดในโทรศัพท์มือถือ และทำให้ทั้งโลกตอนนี้รู้จักสมาร์ทโฟน นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันบริษัท Apple ก็ได้มีการพัฒนา iPhone มาทั้งหมด 13 รุ่น ด้วยความที่ Apple สามารถดึงสำลีใหม่ๆเข้ามาใน iPhone รุ่นใหม่ๆได้ทำให้ iPhone ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องถึงแม้ว่า Steve Jobs จะไม่ได้อยู่แล้วก็ตามที

ในวันแรกที่ Steve Jobs เปิดตัว iPhone รุ่นแรกนั้นบริษัท Apple มีมูลค่าของบริษัทอยู่ที่ 

174.03 พันล้านเหรียญสหรัฐ และด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องและออกเทคโนโลยีใหม่ๆให้ผู้บริโภคได้ใช้งานกันอย่างสม่ำเสมอในทุก ๆ ปีทำให้บริษัท Apple ในปัจจุบันนี้มีมูลค่ามากกว่า 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐเป็นที่เรียบร้อย เรียกว่าเป็นบริษัทที่เติบโตอย่างรวดเร็วมากเลยทีเดียว 

เมื่อมาเทียบเนื้อเรื่องของราคา iPhone รุ่นดั้งเดิมนั้นมีราคาอยู่ที่ 499 เหรียญสหรัฐสำหรับเครื่องความจำ 4 GB  แต่ในปัจจุบันนี้ iPhone 13 Pro Max ที่เป็นโทรศัพท์ที่ทันสมัยมากที่สุดมีราคาอยู่ที่ 1099 เหรียญสหรัฐสำหรับ 256 GB  เรียกว่าราคาต่างกันมากมหาศาล

โทรศัพท์ iPhone จะเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมของโลกแล้วยังทำให้เกิดเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ ๆอีกมากมายเลยทีเดียวในรูปแบบของแอปพลิเคชัน ในตอนนั้นเรายังไม่รู้จัก Facebook Instagram หรือว่า Twitter เลยด้วยซ้ำ การมาถึงของ iPhone ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ทำให้เทคโนโลยีเหล่านี้เกิดขึ้นมามากมาย  ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ทำให้เทคโนโลยีเหล่านี้เกิดขึ้นมามากมาย เรียกว่าโทรศัพท์ iPhone เป็นจุดกำเนิดที่ทำให้ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีนั้นก้าวล้ำทันสมัยมากขึ้นและการติดต่อสื่อสารเป็นเรื่องง่ายมากขึ้นจริง ๆ

ภาพจาก Pixabay

ข้อมูลจาก Cnet 

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ เทคโนโลยีรอบโลก 
เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

Apple Watch ไม่สามารถใช้งาน Uber ได้

Apple Watch

นาฬิกา Smart Watch ที่ผู้คนนิยมใช้งานกันก็คือ Apple Watch 

นาฬิกา Smart Watch ถือเป็นเทคโนโลยีที่ติดข้อมือของใครหลายคนอยู่ตอนนี้ด้วยความสามารถที่สามารถทำอะไรได้หลากหลายและที่สำคัญยังสามารถเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ได้อีกด้วยทำให้บางครั้งเราไม่จำเป็นที่ต้องใช้สมาร์ทโฟนในการเข้าถึงแอพพลิเคชั่นบางแอปเลยซึ่งมันสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานเป็นอย่างมากหนึ่งในนาฬิกา Smart Watch ที่ผู้คนนิยมใช้งานกันก็คือ Apple Watch 

Apple Watch เป็นนาฬิกาที่ถูกผลิตโดยบริษัท Apple นั้นเป็นนาฬิกาอัจฉริยะที่สามารถเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ได้ผ่านการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นจาก App Store ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือแอปพลิเคชัน Uber

Uber เป็นแอปพลิเคชันที่ใช้ในการเรียกรถเพื่อใช้ในการเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ มีความปลอดภัยในการใช้งานเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ซึ่ง Uber อาจจะไม่นิยมในประเทศไทยมากนักแต่เป็นที่นิยมในต่างประเทศเป็นอย่างมาก ถ้าให้เปรียบเทียบกับแอปพลิเคชันในลักษณะเดียวกันในประเทศไทยก็เปรียบเสมือน Grab นั่นเอง 

ที่สำคัญเลยก็คือ Uber แอพพลิเคชั่นยอดนิยมที่ควรมีติด Apple Watch ไว้เพราะว่ามันสะดวกต่อการใช้งานและสามารถใช้งานได้รวดเร็วกว่าการใช้งานบนแอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเป็นอย่างมากเลยทีเดียว โดยสามารถแตะเรียกรถบริเวณหน้าจอของนาฬิกา Apple Watch ได้แถมยังสามารถติดตามดูเส้นทางได้อีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็คงมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ใช้งาน Uber  ผ่าน Apple Watch อย่างแน่นอน แต่ก็ดูเหมือนว่าในตอนนี้แอปพลิเคชัน Uber  ไม่รองรับการทำงานบน Apple Watch เสียแล้ว โดยเรื่องนี้ได้ถูกเปิดเผยจาก 9to5Mac ซึ่งเป็นสื่อข่าวทางด้านเทคโนโลยี 

เมื่อมีการเข้าใช้งานแอพพลิเคชั่น Uber ผ่านนาฬิกา Apple Watch  จะมีข้อความแสดงขึ้นมาว่า “กรุณาเปลี่ยนไปใช้งานแอพพลิเคชั่น Uber บนโมบายแอป พวกเราไม่ได้รองรับการทำงานบน Apple Watch ขออภัยในความไม่สะดวก” (ภาษาอังกฤษ : “Please switch to the Uber mobile app. We no longer supporting the Apple Watch app. Sorry for the inconvenience”)

ซึ่งทาง Uber ก็ไม่ได้มีการประกาศถึงเหตุผลเกี่ยวกับการยกเลิกรองรับการใช้งานแอพพลิเคชั่น Uber แต่อย่างได้และก็ไม่รู้ว่าจะมีการประกาศออกมาในอนาคตหรือไม่เพิ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกมากเพราะว่าถ้าอ้างอิงจาก App Store แอพพลิเคชั่น Uber  พึ่งมีการอัพเดทบน Apple Watch เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานี้เอง 

ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเรื่องนี้อาจจะไม่ส่งผลกระทบกับประเทศไทยมากนักเพราะว่าประเทศไทยนิยมใช้งานแอพพลิเคชั่น Grab  เสียมากกว่าแต่คงส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานต่างประเทศที่อาจจะไม่สามารถใช้งานได้สะดวกดังเดิมแต่ก็คงจะเป็นผลกระทบเพียงเล็กน้อยเพราะอย่างไรก็ตามก็สามารถเข้าผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนได้

ภาพจาก Pixabay

ข้อมูลจาก Cnet 

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

เครื่อง Mac ชิป M1 ใช้งาน Dropbox ได้แล้ว

Dropbox

Dropbox แพลตฟอร์ม ที่เป็นการเก็บข้อมูลในระบบคราว

ในปัจจุบันนี้การเก็บข้อมูลถือว่าเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมากเลยทีเดียวและในบางครั้งการเก็บข้อมูลในโทรศัพท์มือถือหรือ Hard Disk Drive ก็อาจจะไม่สามารถเก็บข้อมูลได้อย่างเพียงพอสำหรับผู้คนที่ต้องการเก็บข้อมูลเป็นจำนวนมาก หลาย ๆ คนจึงนำข้อมูลบางส่วนไปเก็บไว้บนคราวหรือระบบเก็บข้อมูลออนไลน์ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นที่นิยมอย่างมากเพราะเราไม่ต้องพกพาอุปกรณ์เก็บข้อมูลให้ลำบากเราสามารถอัปโหลดข้อมูลต่าง ๆ ไว้บนอินเทอร์เน็ตได้เลยและถ้าต้องการใช้งานก็เพียงแค่ดาวน์โหลดมันออกมา

และด้วยความนิยมของการเก็บข้อมูลบนโลกออนไลน์ในปัจจุบันนี้จึงมีแพลตฟอร์มหลายแพลตฟอร์มที่เป็นการเก็บข้อมูลในระบบคราวขึ้นไม่ว่าจะเป็น Google Drive หรือที่เรารู้จักกันดีอีก 1 แพลตฟอร์มก็คือ Dropbox ซึ่งทั้งคู่สามารถเก็บได้ทั้งไฟล์บนมือถือและไฟล์บนคอมพิวเตอร์แต่สำหรับผู้ที่ใช้เครื่อง Mac ชิป M1 จะไม่สามารถใช้งาน Dropbox เนื่องจากไม่ได้มีโปรแกรมรองรับนั่นเองแต่ว่าล่าสุด Drop Box ก็ได้มีการอัปเดตเวอร์ชั่นเบต้าที่รองรับการใช้งานบนเครื่อง Mac ชิป M1 ที่เรียบร้อยแล้วหลังจากที่มีการประกาศออกมาเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา

จริง ๆ แล้วเครื่อง Mac ชิป M1 สามารถใช้งาน Dropbox ได้แต่ต้องใช้งานร่วมกับ Rosetta 2 translation layer ซึ่งการใช้งานดังกล่าวจะทำให้ระบบปฏิบัติการ MacOS สามารถใช้งานบนเครื่อง Mac ชิป M1 ด้วยการเปลี่ยนแปลงให้สามารถทำงานบนระบบแบบ Native ของเครื่อง M1 ทำให้แอป Dropbox ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและกินพลังงานน้อยลง

Dropbox เป็นเพียงแค่หนึ่งในหลาย ๆ แอปพลิเคชันแก้รองรับการทำงานบนเครื่อง Apple ที่ใช้การประมวลผลแบบ ARM ซึ่งให้เกิดความยากลำบากในการใช้งาน พนักงานที่อยู่ภายในบริษัทก็ได้รับคำแนะนำจากลูกค้าหลาย ๆ ว่า Apple ควรที่จะพัฒนาชิป M1 เวอร์ชัน Native มาก่อนที่ทางทีมงาน Apple จะพัฒนาออกมาเสียอีก อ้างอิงตามประกาศของ CEO ของ Dropbox แอป Dropbox จะถูกพัฒนามาให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบบนเครื่องระบบปฏิบัติการ MacOS ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2022 นี้อย่างแน่นอน

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้ระบบการเก็บข้อมูลบนออนไลน์จะมีโปรแกรมและแพลตฟอร์มให้เลือกมากมายแต่ว่า Dropbox ก็ยังเป็นตัวเลือกแรก ๆ เสมอที่ผู้คนนิยมใช้งานกัน ดังนั้นการพัฒนาให้สามารถใช้งานได้ในทุกแพลตฟอร์มถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากเรื่องหนึ่งเลย

ในปัจจุบันนี้ Dropbox สามารถใช้งานใน Windows ในรูปแบบของเว็บไซต์และสามารถใช้งานบนมือถือในรูปแบบของแอปพลิเคชันซึ่งทั้งคู่สามารถลิงก์กันด้วยอีเมลของผู้ใช้งาน ทำให้สามารถเก็บข้อมูลได้จากทั้งบนมือถือและบนคอมพิวเตอร์ได้เลยถือว่าเป็นแอปที่มีความสะดวกเป็นอย่างมาก สำหรับบัญชีที่ใช้งานปีสามารถเก็บข้อมูลได้ 2 GB

ภาพจาก Pixabay

ข้อมูลจาก The Verge

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

ข่าวลือเกี่ยวกับ iPhone 14

iPhone 14

บริษัท Apple  ยักษ์ใหญ่ในด้านเทคโนโลยีของโลกนั้นจะมีการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่

ถ้าพูดเราได้ติดตามข่าวเกี่ยวกับการอัพเดทในเรื่องของเทคโนโลยีอยู่เป็นประจำแล้วก็พวกเราคงจะรู้ว่าบริษัท Apple  ยักษ์ใหญ่ในด้านเทคโนโลยีของโลกนั้นจะมีการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาให้พวกเราได้เห็นกันอยู่เสมอ ในปีที่ผ่านมาก็ได้มีการเปิดตัว iPhone 13 พร้อมกับ IPad, iMac  และเทคโนโลยีอื่นๆอีกมากมายรวมถึงมีการพัฒนาระบบปฏิบัติการใหม่ให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

ทุกครั้งที่ Apple ออกผลิตภัณฑ์ใหม่มาให้พวกเราได้เห็น พวกเราก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจไม่ใช่น้อยเลยทีเดียวและเตรียมเงินที่จะไปซื้อเทคโนโลยีใหม่ ๆ ของ Apple ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วตัวอย่างเช่น iPhone จะยังใช้งานอยู่ได้ก็ตาม  ที่ยกตัวอย่างให้เห็นเป็นโทรศัพท์ iPhone ก็เพราะว่า iPhone ในแต่ละรุ่นมีการพัฒนาอย่างเห็นได้ชัดไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของฟังก์ชันการทำงานของโทรศัพท์ กล้องที่มีความคมชัดมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญโทรศัพท์ iPhone ยังมีความรวดเร็วในการทำงานมากขึ้นอีกด้วย ถึงแม้ว่าราคาของ iPhone รุ่นใหม่จะมีราคาสูงขึ้นทุกปีแต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่พร้อมที่จะจ่ายเพื่อให้ได้เทคโนโลยีรุ่นใหม่มาใช้

ในปีนี้ Apple ก็คงจะมีการออกเทคโนโลยีรุ่นใหม่มาให้พวกเราได้เห็นกันอีกแน่นอนเลยทีเดียว ซึ่งสิ่งหนึ่งที่คนคาดการณ์ว่าปีนี้ต้องออกมาอย่างแน่นอนก็คือ iPhone 14  ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในช่วงที่มีการเปิดตัว iPhone 13  ก็มีข่าวลือของ iPhone 14 หลุดออกมาให้เห็นอยู่บ้าง ซึ่งข้อมูลบางส่วนก็ยังไม่ได้เปิดเผยมาให้เห็นอย่างแน่ชัดมากนักไม่ว่าจะเป็นเนื้อเรื่องของราคา, วันวางจำหน่าย, ดีไซน์ใหม่รวมไปถึงฟีเจอร์ใหม่ภายในเครื่องทั้งหมดนี้ยังไม่ได้ถูกเปิดเผยออกมาให้เราได้เห็นกัน   

ซึ่งข่าวลือที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดก็คือในเรื่องของดีไซน์ใหม่ของตัวเครื่อง iPhone 14  ว่า ของเครื่อง iPhone 14 นั้นจะมีรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปจะมีหน้าจอแบบไร้รอย กล้องหน้าเป็นแบบ Hole-punch มีปุ่มสแกนลายนิ้วมืออยู่ที่ภายใต้ของหน้าจอ ตัวเครื่องเป็นไทเทเนียมอัลลอย และ iPhone 14 จะมีทั้งหมด 4 แบบด้วยกันและมีขนาดของหน้าจอที่ปรับใหม่ ที่สำคัญตัวเครื่องยังรองรับ WiFi 6E ด้วย 

เป็นที่น่าจับตามองว่าในปีนี้ Apple จะมีการออกผลิตภัณฑ์อะไรใหม่ ๆ ออกมาบ้าง ซึ่งในตอนนี้ก็ไม่ได้มีข่าวหลุดออกมาให้เห็น ซึ่งก็คงต้องติดตามดูกันต่อไปว่าในช่วงกลางปีจะมีข่าวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาให้เราได้รับรู้กันบ้างหรือไม่ และข่าวลือเกี่ยวกับ iPhone 14 จะเป็นจริงมากน้อยเพียงใดก็คงต้องติดตามกันต่อไป ไปตอนนี้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่บริษัท Apple ได้เปิดตัวเมื่อช่วงปีที่ผ่านมาก็ได้เริ่มวางจำหน่ายตามร้านค้าทั่วไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วและผลิตภัณฑ์รุ่นเก่าก็คงจะมีการลดราคาลงมาด้วยเช่นเดียวกัน 

ภาพจาก Pixabay

ข้อมูลจาก Cnet

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

วัยรุ่นจีนเรียกร้อง Apple

Apple

วัยรุ่นจีนเรียกร้อง Apple ไม่ยอมให้อุปกรณ์ชาร์จไฟ iPhone 12

บริษัท Apple ยักษ์ใหญ่ทางด้านเทคโนโลยีได้มีการออกนโยบายเกี่ยวกับการขาย iPhone เมื่อปี 2020 ไว้ว่า บริษัท Apple จะไม่มีการแถมหัวชาร์จและหูฟังพร้อมกับ iPhone โดยจะแถมเพียงแค่สายชาร์จเพียงเท่านั้น ซึ่งการที่ Apple ไม่แถมหัวชาร์จและหูฟังไปนั้นก็เพราะว่าทางบริษัทต้องการที่จะลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนั่นเอง

หลาย ๆ คนอาจจะไม่มีปัญหากับเรื่องนี้เพราะว่าใน iPhone ที่ขายตั้งแต่ช่วงก่อนปี 2020 ก็มีการแถมหัวชาร์จสายชาร์จและหูฟัง ซึ่งสามารถใช้ร่วมกันกับ iPhone รุ่นใหม่ได้ทำให้ไม่มีปัญหาใด ๆ ถ้าหากเสียหายก็เพียงไปซื้อที่ร้านค้าเพียงเท่านั้น แต่ไม่ใช่กับกลุ่มวัยรุ่นชาวจีนซึ่งมองว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาที่ใหญ่จนมีการถึงขั้นขึ้นศาลเลยทีเดียว

มีเด็กหนุ่มวัยรุ่นชาวจีนที่ชื่อว่าเสี่ยวฟางได้มีการซื้อ iPhone 12 Pro Max แต่ภายในกล่องแพคเกจไม่มีการแถมหัวชาร์จไปด้วย ซึ่งตัวเขามองว่าการที่ Apple ทำเช่นนี้ไม่ใช่เป็นการลดโลกร้อนแต่อย่างใด แต่เป็นการบังคับให้ลูกค้าซื้ออุปกรณ์เสริมเพื่อเรียกผลกำไรเพิ่มเติม และเป็นการโปรโมทอุปกรณ์ชาร์จรุ่นใหม่อย่าง Magsafe และเขายังบอกสายชาร์จ USB-C ที่แถมมาก็ไม่ได้สามารถใช้กับหัวชาร์จได้ทำให้ลูกค้าต้องซื้อสายชาร์จ USB-C ที่สามารถใช้กับหัวชาร์จเจอหรือว่า Magsafe ถ้าหากว่ายังไม่มีอุปกรณ์ดังกล่าว ซึ่งการทำเช่นนี้ทำให้ Apple นั้นได้รับผลกำไรมากขึ้นจากการขายอุปกรณ์เสริมภายใต้กฎระเบียบของการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวก็ได้ถูกเปิดเผยบนสื่อสังคมออนไลน์ชื่อดังของประเทศจีนอย่าง Weibo และก็มีผู้เข้ามาสนับสนุนเป็นจำนวนมากเลยทีเดียวและที่สำคัญเลยก็คือเสี่ยวฟางแล้วเพื่อนของเธอได้มีการเรียกร้องต่อศาล Beijing Internet เพื่อขอให้บริษัท Apple นั้นมีการแถมหัวชาร์จเมื่อมีการขายเครื่องรุ่นใหม่ออกมาพร้อมกับการจ่ายเงินจำนวน 100 หยวนเป็นค่าดำเนินคดีและค่าผิดสัญญา โดยตัวแทนของ Apple ก็ได้ออกมาเห็นแย้งกับเรื่องดังกล่าวเพราะว่าทางบริษัท Apple ได้มีการบอกไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าจะไม่แถมหัวชาร์จไปพร้อมกับ iPhone เมื่อมีการซื้อ 

ซึ่งเหตุการณ์การฟ้อง Apple เกี่ยวกับเรื่องการไม่แถมหัวชาร์จในเครื่อง iPhone 12 ก็เคยเป็นคดีในประเทศบราซิลมาแล้วโดย ทางผู้ควบคุมกฎของทางประเทศบราซิลได้มีการปรับ Apple เป็นจำนวน 2 ล้านดอลลาร์ หลังจากการที่ไม่แถมอุปกรณ์ชาร์จไฟในเครื่อง iPhone 12 

ในเรื่องของการแถมอุปกรณ์ชาร์จหรือไม่แถมอุปกรณ์ชาร์จอาจจะเป็นเรื่องธรรมดาและบางทีอาจจะไม่ได้เป็นปัญหาของใครหลาย ๆ คนแต่สำหรับคนบางกลุ่มก็กลายเป็นปัญหาใหญ่จนถึงขั้นมีการขึ้นศาลกันเลยทีเดียว ต้องมาติดตามดูว่าในอนาคตทางบริษัท Apple จะตัดสินใจอย่างไรเกี่ยวกับร้านแถมอุปกรณ์ชาร์จ

ภาพจาก Wallpaperaccess

ข้อมูลจาก The Verge

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

Apple สร้างรายได้จากเกม

Apple

Apple สร้างรายได้จากเกมมากกว่าบริษัทเกมในปี 2019

Apple เป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกที่สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad, iPod, Apple Watch, MacBook และ iMac มาให้ผู้บริโภคได้ใช้งานกันซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็ทำรายได้จากการขายเทคโนโลยีต่าง ๆ ไปได้เป็นจำนวนมากเลยทีเดียว แต่รายได้ของ Apple ไม่ได้มาจากการขายผลิตภัณฑ์ทางด้านเทคโนโลยีอย่างเดียวแต่ยังสร้างรายได้จากการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน หรือ การชำระเงินภายในแอปพลิเคชันต่าง ๆ อีกด้วย

Apple มีร้านค้าออนไลน์ที่ชื่อว่า App Store เป็นร้านค้าที่เป็นศูนย์รวมแอปพลิเคชันมากมายหลากหลายประเภท หนึ่งในนั้นก็คือเกม เกมมากมายได้ถูกพัฒนาเพื่อมาให้เล่นบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟนซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ติดตัวคนมากที่สุด ซึ่งการเล่นเกมก็ถือว่าเป็นกิจกรรมยอดฮิตในช่วงเวลาว่างหรือเป็นงานอดิเรกของใครหลายๆ คนและการที่มีโทรศัพท์ติดตัวอยู่เสมอทำให้การเล่นเกมเป็นเรื่องง่ายดายมากขึ้นซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็แสดงให้เห็นแล้วว่าตลาดเกมบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟนนั้นเติบโตมากเพียงไหน ซึ่งการที่มีเกมจำนวนมากถูกวางขายบน App Store หรือมีการให้ดาวน์โหลดและมี in App Purchases ทำให้ทาง Apple นั้นสามารถสร้างรายได้จากในส่วนนี้ด้วยเช่นเดียวกัน

จากรายงานที่ถูกเปิดเผยมา Apple นั้นสามารถสร้างรายได้จากเกมในช่วงปี 2019 มากกว่า Sony, Nintendo และ Xbox เสียอีก ซึ่งบริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทเกม เมื่อปี 2019 นั้น Apple สามารถสร้างรายได้จากเกมไปได้สูงถึง 8.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว โดยรายได้ส่วนหนึ่งมาจากการหัก 30% จากเกมที่ดาวน์โหลดใน App Store นั่นเอง จากการที่มีเกมทำจำนวนมากทำให้ทางบริษัท Apple สามารถยังคงแข่งขันในตลาดเกมได้ถึงแม้ว่าตัวของบริษัทเองจะไม่ได้มีการพัฒนาเกี่ยวกับเกมเลยก็ตามที

และจากรายงานล่าสุดก็มีการแสดงให้เห็นว่าเกมเมอร์ที่เล่นเกมแพลตฟอร์ม mobile มีการใช้เงินไปกับเกมเป็นจำนวน 45 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีงบประมาณ 2020 บน App Store โดยรายได้ดังกล่าวมาจากประเทศจีนเป็นจำนวน 31% และมาจากประเทศอเมริกาจำนวน 26% ซึ่ง Top 1% จากเกมเมอร์ทั้งหมดจะมีการใช้เงินประมาณ 2,700 ดอลลาร์ต่อปี

และจากรายได้จำนวน 45 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปีงบประมาณ 2020 ทำให้มีการคาดการณ์ว่าจำนวนเงินไม่น้อยกว่า 13.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐนั้นเป็นเงินที่ Apple ได้รับไม่เป็นไรได้ที่สูงขึ้นปีต่อปี รายได้ทั้งหมดที่ Apple ได้รับไม่ว่าจะมาจากการขายผลิตภัณฑ์และจาก App Store รวมกันได้ 275 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปีที่ผ่านมา จากรายได้ดังกล่าวคงทำให้ Apple เติบโตขึ้นอีกมากในอนาคตอย่างแน่นอนเลยทีเดียว

ภาพจาก Pexels

ข้อมูลจาก Gamerant

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

Apple เปิดตัว MacBook Pro พร้อม Airpod 3

Apple

เมื่อวันจันทร์ที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมาApple ได้มีการจัดงาน Event ขึ้น

เมื่อวันจันทร์ที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมาApple ได้มีการจัดงาน Event ขึ้นซึ่งเป็นงาน Event ครั้งสุดท้ายของปีนี้ ซึ่งภายในงานก็มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์มากมายแต่ไฮไลท์ของงานก็คือ Airpod 3 และ MacBook Pro

Airpod 3 เป็นหูฟังบลูทูธรุ่นล่าสุดที่Apple ได้มีการเปิดตัวโดยเปิดตัวมาในราคาประมาณ 6,000 บาท ซึ่งด้วยเทคโนโลยีที่อยู่ภายในตัว Airpod 3 จะทำให้ผู้ใช้งานนั้นได้รับคุณภาพเสียงที่ดีมากที่สุดเลยก็ว่าได้บวกกับ Media ต่างๆ ที่ Apple ได้สร้างขึ้นพร้อมกับระบบเสียง Spatial Audio และ Dolby Atmos จะทำให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์การฟังเพลงและดูซีรีส์จาก Apple TV และ Apple Music ที่ดีมากเลยทีเดียว ภายในหูฟัง Airpod 3 จะมีระบบ Low – Distortion Driver ที่จะช่วยลดการบิดเบือนของเสียงที่มาพร้อมกับ adaptive EQ ที่จะช่วยให้เสียงที่ได้รับถูกต้องและตรงมากที่สุด ที่สำคัญ Airpod 3 ยังเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายด้วยเพราะว่าตัวหูฟังนั้นกันน้ำ สำหรับในเรื่องแบตเตอรี่สามารถฟังเพลงต่อเนื่องได้นานถึง 6 ชั่วโมงและในการชาร์จเพียงแค่ 5 นาทีหูฟังสามารถใช้งานได้ 1 ชั่วโมงและถ้าหากชาร์จเต็มจะสามารถใช้งานได้เป็นระยะเวลา 30 ชั่วโมง แถม Airpod 3 รองรับการชาร์จแบบ wireless และ Magsafe

MacBook Pro จะมาพร้อมกับชิป M1 Pro และ M1 Max และทำงานบนระบบปฏิบัติการ MacOS Monterey ซึ่งตัวเครื่องรุ่นใหม่ที่เปิดตัวในงาน Event ของ Apple นั้นจะมีขนาดอยู่ที่ 14 นิ้วและ 16 นิ้วโดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 73,900 บาท และราคา 89,900 บาท สำหรับเครื่อง 14 นิ้ว และสำหรับเครื่อง 16 นิ้วราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 89,900 บาท, 99,600 บาท และ 124,900 บาท ด้วยความแตกต่างของราคาขึ้นอยู่กับขนาดความจุและจำนวนของ CPU และ GPU

การ MacBook Pro มีชิป M1 Pro และ M1 Max ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของมันสูงมากโดยเฉพาะเมื่อใช้งานในด้านกราฟิกและด้านการตัดต่อวิดีโอเรียกได้ว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุดเลยก็ว่าได้ และด้วยหน้าจอ XDR ทำให้แสงเงาและสีสันของหน้าจอนั้นมีความถูกต้องคมชัดและมีความละเอียดสูงมาพร้อมกับระบบ Promotion ที่ทำให้การเลื่อนหน้าจอนั้นมีความไหลลื่นมากขึ้น และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบจัดรายการแล้วตัดต่อคลิปวิดีโอตัวเครื่องมาพร้อมกับไมโครโฟนที่สามารถลดเสียงรบกวนได้มากถึง 60 เปอร์เซ็นต์จำนวน 3 ตัวและมาพร้อมกับลำโพงจำนวน 6 ตัวเรียกได้ว่าเป็น MacBook ที่มีประโยชน์ในหลาย ๆ ด้านมากเลยทีเดียว

ในปีนี้ Apple ได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์มากมายไม่ว่าจะเป็น iPad, iMac, iPhone 13, iPad mini, iPad Pro, Apple Watch 7 รวมไปถึง Airpod 3 และ MacBook Pro ซึ่งก็สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจให้กับสาวก Apple ได้มากเลยทีเดียว แต่เมื่อพูดถึงราคานั้นเรียกได้ว่าเกินเอื้อมไปหน่อยแต่เมื่อพูดถึงคุณภาพต้องบอกเลยว่าคุณภาพดีอย่างมากแล้วไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน ใครที่สนใจก็อย่าลืมไปจับจองอุปกรณ์ใหม่ ๆ กันนะสำหรับประเทศไทยคงจะเข้ามาวางจำหน่ายช่วงปลายปีนี้

ภาพ Screenshot จาก Apple

ข้อมูลจาก Apple

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ เทคโนโลยีรอบโลก 
เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook