5 ฟีเจอร์ลับที่อยู่ใน iOS 16

5 ฟีเจอร์ลับที่อยู่ใน iOS 16

ในทุก ๆ ปี Apple จะมีการปล่อยตัวอัปเดตระบบปฏิบัติการ OS ให้กับผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็น iPhone iPad iMac และ อื่น ๆ นอกจากจะทำให้เทคโนโลยีสามารถทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้นยังมีฟีเจอร์ต่างๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานอีกด้วย โดยส่วนใหญ่ฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่จะถูกประกาศออกมาในงานของ Apple แต่ในการอัปเดตแต่ละครั้งก็ยังมีระบบฟีเจอร์ที่เราไม่รับรู้เรียกว่าเป็นฟีเจอร์รับของระบบปฏิบัติการนั้น ๆ อย่างใน iOS 16 ที่มี 5 ฟีเจอร์ลับที่น่าสนใจ

รหัสล็อกอัลบั้มรูปภาพ

สำหรับผู้ที่ใช้งาน iPhone ก็คงมีการถ่ายรูปเก็บไว้ซึ่งอาจจะเป็นรูปภาพโดยทั่วไปและรูปภาพส่วนตัวใน iPhone มีฟีเจอร์หนึ่งที่ชื่อว่า “ซ่อน” ไว้ใช้สำหรับเก็บรูปภาพส่วนตัว โดยรูปภาพที่อยู่ในฟีเจอร์ดังกล่าวจะไม่ถูกเปิดเผยในคลังรูปภาพนั่นเอง ซึ่งในระบบปฏิบัติการ iOS ก่อนหน้านี้ฟีเจอร์ดังกล่าวจะไม่สามารถล็อกรหัสได้ แต่เพื่อความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้นใน iOS 16 จึงได้มีการอัปเดตให้ “ซ่อน” สามารถตั้งรหัสผ่านได้ โดยหลังจากการอัปเดตเวอร์ชันแล้วสามารถเข้าไปเช็คได้ดังนี้

  • เลือกแถบ “อัลบั้ม” บริเวณด้านล่าง
  • เลื่อนลงมาบริเวณด้านล่างจะเห็นคำว่า “ซ่อน”
  • หลังจากที่กดเข้าไปอัลบั้มดังกล่าวจะต้องทำการใส่รหัสเพื่อปลดล็อก

นอกจากฟีเจอร์ “ซ่อน” การตั้งรหัสผ่านยังสามารถตั้งกับอัลบั้ม “ที่เพิ่งลบล่าสุด” ได้ด้วยเช่นเดียวกัน

ภาพ Pixabay

ดูรหัสผ่าน Wi-Fi Password

อย่างที่เรารู้กันว่าโทรศัพท์ iPhone สามารถแชร์ Wi-Fi ให้กับเครื่องอื่น ๆ บริเวณที่อยู่ใกล้เคียงได้แต่หลังจากที่การเชื่อมต่อได้สิ้นสุดลง เครื่องบางเครื่องอาจจะไม่ได้จำรหัส Wi-Fi ไว้ ทำให้จะต้องใส่รหัส Wi-Fi ใหม่ทุกครั้ง โดย iOS 16 สามารถเข้าไปดูรหัส Wi-Fi ที่เชื่อมต่ออยู่ได้ โดยการทำได้ดังนี้

  • เข้าไปที่ “การตั้งค่า”
  • เข้าที่ Wi-Fi
  • เข้าไปที่ปุ่มตัว “i” บริเวณด้านข้างของ Wi-Fi
  • เข้าที่ “รหัสผ่าน”
  • ใส่รหัสผ่านของเครื่องหรือสแกนใบหน้า

ค้นหาและลบภาพซ้ำ

รูปภาพที่อยู่ใน iPhone ถือว่าเป็นข้อมูลในรูปแบบหนึ่งที่จะทำให้โทรศัพท์ iPhone ของเรามีหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนรูปภาพที่มีอยู่ บางครั้งผู้ใช้งานอาจจะมีการถ่ายรูปภาพซ้ำกัน ใน iOS 16 จะมีการระบุว่าภาพซ้ำกัน โดยผู้ใช้งานสามารถเข้าไปลบรูปภาพที่ซ้ำกันได้ โดยการเข้าไปที่ “รูปภาพ” และเลือกไปที่ “อัลบั้ม” หลังจากนั้นจะมีอัลบั้มที่ชื่อว่า “รูปซ้ำ (Duplicates) ” ในอัลบั้มนี้ iPhone จะทำการสแกนหารูปภาพที่ซ้ำกัน โดยผู้ใช้งานจะสามารถเลือกได้ว่าจะลบรูปภาพหรือจะรวมรูปภาพเพื่อเพิ่มความละเอียดให้กับรูปภาพเดิม

ปักหมุดเว็บที่ชอบใน Safari

หลาย ๆ คนชื่นชอบในการท่องเว็บไซต์ และเว็บเบราเวอร์ที่อยู่บน iPhone ก็คือ Safari หลังจากที่มีการอัปเดต iOS 16 แล้วผู้ใช้งานสามารถที่จะปักหมุดเว็บไซต์ที่ต้องการใน Safari ได้ โดยจำนวนสูงสุดที่สามารถปักหมุดได้ประมาณ 500 แถบด้วยกัน

ในการปักหมุดผู้ใช้งานสามารถทำได้ดังนี้

  • เข้าที่ “เปิดแถบ”
  • เลือก “ปักหมุด”

เชื่อมต่อกับจอย Nintendo Switch

สำหรับผู้ที่มีเครื่อง Nintendo Switch อยู่สามารถใช้จอยของเครื่องในการเชื่อมต่อกับ iPhone หรือ iPad ได้หลังจากที่มีการอัปเดตระบบปฏิบัติการให้เป็นiOS 16 โดยสามารถทำการเชื่อมต่อผ่านบลูทูธได้เลย

Tags #iOS16 #iPhone #Apple #ฟีเจอร์ลับ

ข้อมูลจาก Cnet

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ เทคโนโลยีรอบโลก 
เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

Swiggy เข้าซื้อกิจการ Dineout ในราคา 200 ล้านดอลลาร์

Swiggy เข้าซื้อกิจการ Dineout ในราคา 200 ล้านดอลลาร์

                Swiggy บริษัทส่งอาหารยักษ์ใหญ่ของอินเดียเข้าซื้อกิจการ Dineout ในราคา 200 ล้านดอลลาร์ Swiggy ได้รวบรวมผู้ใช้หลายล้านคนในอินเดีย ช่วยพวกเขาสั่งอาหารและของชำออนไลน์ในประเทศ สตาร์ทอัพที่เปิดทำการมานาน 7 ปี ซึ่งเป็นเทคโนโลยีด้านอาหารที่ทรงคุณค่าที่สุดของอินเดีย

กำลังมองหาการเข้าถึงผู้ที่ออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน การเริ่มต้นที่มีสำนักงานใหญ่ในเบงกาลูรูกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่าได้บรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายกับกลุ่ม บริษัท Times Internet ของอินเดียเพื่อซื้อ Dineout ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีการรับประทานอาหารนอกบ้านและร้านอาหารยอดนิยม โดย Swiggy เข้าซื้อกิจการ Dineout อย่างเป็นทางการ

ไม่มีการเริ่มต้นใดที่แบ่งปันเงื่อนไขทางการเงินของการเข้าซื้อกิจการ แต่แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ว่าข้อตกลงมีมูลค่า Dineout อยู่ที่ 200 ล้านดอลลาร์และเป็นข้อตกลงทั้งหมด Dineout เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องบริการจองโต๊ะและจัดงานอีเวนต์ ได้สร้างเครือข่ายพันธมิตรร้านอาหารกว่า 50,000 แห่งในประเทศ การเริ่มต้นสร้างรายได้จากการขายสมาชิกรายปีให้กับร้านอาหารและลูกค้า และผ่านโซลูชันการชำระเงินแบบเรียกเก็บเงิน

ผู้ก่อตั้งทั้งสี่รายของ Dineout ได้แก่ Ankit Mehrotra, Nikhil Bakshi, Sahil Jain และ Vivek Kapoor จะเข้าร่วมกับ Swiggy หลังการเข้าซื้อกิจการ และแพลตฟอร์มดังกล่าวจะยังคงทำงานเป็นแอปอิสระต่อไป ทั้งสองบริษัทกล่าว

ด้วยการซื้อกิจการ Swiggy จะสามารถเข้าสู่ธุรกิจการรับประทานอาหารนอกบ้าน ซึ่งเป็นประเภทที่ Zomato คู่แข่งสำคัญของบริษัทได้เข้ามามีบทบาทมาหลายปีแล้ว และเป็นปัจจัยเดียวที่สร้างความแตกต่างให้กับบริษัทจดทะเบียนซึ่งมูลค่าตามราคาตลาดลดลง ประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา Swiggy ซึ่งมีมูลค่าล่าสุดอยู่ที่ 10.7 พันล้านดอลลาร์ เพิ่งซื้อหุ้นในแพลตฟอร์ม Rapido สำหรับจักรยานและแท็กซี่ รวมถึง UrbanPiper ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการจัดการร้านอาหารที่ได้รับการสนับสนุนจาก Zomato

Sriharsha Majety ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารของ Swiggy กล่าวว่า “Dineout เป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคและร้านอาหาร Times Internet และทีมผู้ก่อตั้งควรได้รับเครดิตสำหรับผลกระทบการเปลี่ยนแปลงที่พวกเขาได้รับจากประสบการณ์การรับประทานอาหารนอกบ้านผ่านผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และพันธมิตรร้านอาหารที่มีให้เลือกมากมาย การเข้าซื้อกิจการจะช่วยให้ Swiggy สามารถสำรวจการทำงานร่วมกันและนำเสนอประสบการณ์ใหม่ในหมวดการใช้งานระดับสูง”

ซึ่ง Dineout ก่อตั้งขึ้นในปี 2555 และถูกซื้อกิจการโดย Times Internet ในอีกสองปีต่อมา ซึ่งนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา Dineout ใช้เงินไปประมาณ 50 ล้านดอลลาร์ในการเริ่มต้น

“เราภูมิใจกับผลกระทบเชิงบวกที่ Dineout สร้างขึ้นสำหรับผู้บริโภคและร้านอาหาร ช่วยปรับปรุงและปรับปรุงประสบการณ์การรับประทานอาหารนอกบ้าน Swiggy + Dineout เป็นการผสมผสานที่ทรงพลัง และเรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ร่วมมือกับ Swiggy ในขณะที่เรายังคงมองหาวิธีที่จะสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า” Satyan Gajwani รองประธาน Times Internet กล่าวในแถลงการณ์

Tag :  เทคโนโลยี, Swiggy, สตาร์ทอัพ

Source : https://techcrunch.com/2022/05/13/indian-food-delivery-giant-swiggy-is-acquiring-dineout/

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ เทคโนโลยีรอบโลก 
เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

การแข่งขันของเทคโนโลยีด้านอวกาศในปี 2022 ของสหรัฐอเมริกา

การแข่งขันของเทคโนโลยีด้านอวกาศในปี 2022 ของสหรัฐอเมริกา

                ช่วงเวลาที่ทุกการปล่อยจรวดถูกสตรีมสดบน Youtube ผู้คนนับล้านได้รับที่นั่งแถวหน้าเพื่อความสำเร็จและความล้มเหลวของ บริษัท อวกาศ Astra บริษัทสตาร์ทอัพด้านจรวดที่กลายเป็นบริษัทมหาชน มีทั้งสองอย่าง แต่ตาม CEO Chris Kemp ความสมบูรณ์แบบไม่ใช่ประเด็น “ความคาดหวังที่ฉันคิดว่าผู้คนจำนวนมากมีคือทุกการเปิดตัวจะต้องสมบูรณ์แบบ ฉันคิดว่าสิ่งที่ Astra ต้องทำจริงๆ

คือเราต้องมีการเปิดตัวจำนวนมากจนไม่มีใครคิดถึงเรื่องนี้อีกต่อไป” ในที่สุด Astra (แอสตร้า) ต้องการที่จะบรรลุจังหวะการเปิดตัวรายวัน ในระหว่างนี้ บริษัทตั้งเป้าที่จะเปิดตัวรายสัปดาห์ในต้นปีหน้า เป็นส่วนสำคัญของการที่บริษัทตั้งเป้าที่จะเอาชนะท่ามกลางกลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์เปิดตัวรายย่อยที่มีผู้คนหนาแน่นมากขึ้น ไม่ใช่เพราะไม่มีที่ติ แต่ด้วยต้นทุนที่ต่ำและมีปริมาณมากจนความเสี่ยงที่สัมพันธ์กันของความล้มเหลวอันเป็นหายนะบางอย่างหมดไป

ในการไปถึงที่นั่น แอสตร้ากำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มันกลายเป็นบริษัทที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ไปถึงวงโคจรในเดือนพฤศจิกายน หกปีหลังจากการก่อตั้งบริษัท Kemp สรุปแนวทางดังกล่าวในวันพฤหัสบดีที่ “Spacetech Day” ของ Astra: “แนวทางที่เราใช้ไม่ใช่การออกแบบและสร้าง PowerPoints และทำการวิเคราะห์ทั้งหมด จากนั้นอีก 5 หรือ 10 ปีต่อมา

ในที่สุดก็อาจสร้างจรวดได้” เขากล่าว “ภายใน 18 เดือนของการก่อตั้งบริษัทในโรงรถนั้น ได้รับใบอนุญาตการยิง และเปิดตัวจรวดตัวแรกของเรา จากนั้นจึงทำอีกครั้งในสองสามเดือนต่อมา และครั้งแล้วครั้งเล่า นี่ไม่ใช่วิธีที่นิยมในการแก้ไขปัญหานี้” เขากล่าวเสริม

ตลาดสามารถรองรับจังหวะการเปิดตัวรายวันได้หรือไม่? แอสตร้ากำลังเดิมพันว่าทำได้ วิธีที่ Astra มองเห็น อุตสาหกรรมการปล่อยยานก็เหมือนเส้นโค้ง: ด้านหนึ่งมีบริษัทต่างๆ เช่น SpaceX ที่ให้บริการภารกิจที่มีลูกเรือ ส่งสินค้าไปยังอวกาศ และแม้กระทั่งพยายามจะตั้งรกรากในดาวเคราะห์ดวงอื่นในท้ายที่สุด อีกด้านหนึ่งของเส้นโค้งคือ Astra: เล็ก ราคาถูก และเบา เส้นโค้งตรงกลางคือสิ่งที่เคมป์เรียกว่า “หุบเขามรณะ”

“คุณสามารถขยายขนาดจรวดหรือขยายโรงงาน เราคิดว่ามีผู้ชนะที่ปลายทั้งสองของสเปกตรัมนั้น และอยู่ตรงกลาง…มันจะเป็นสิ่งที่ท้าทายมากสำหรับบริษัททั้งหมดที่อยู่ตรงกลาง”

ความเชื่อมั่นส่วนหนึ่งของบริษัทมาจากการเพิ่มขึ้นของกลุ่มดาวดาวเทียมที่วางแผนไว้หรืออยู่ระหว่างดำเนินการที่จะโคจร การเดิมพันของแอสตร้าว่าผู้ให้บริการเต็มใจที่จะเสี่ยงร้อยละเล็กน้อยของยานอวกาศของพวกเขาไม่ถึงวงโคจร เพื่อแลกกับความเร็วในการปล่อย ต้นทุนที่ต่ำลง และวิถีโคจรที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคลมากขึ้น แนวทางนี้เป็นแนวทางในการตัดสินใจของบริษัท: จรวดที่ทำจากวัสดุต้นทุนต่ำ เช่น อลูมิเนียม การใช้ชิ้นส่วนที่หล่อด้วยเครื่องจักรกับชิ้นส่วนที่พิมพ์ 3 มิติ

ระบบการเปิดตัวที่ต้องใช้ทีมงานเพียงหกคนในการปรับใช้ และสามารถใส่ลงในตู้คอนเทนเนอร์มาตรฐานได้ แอสตร้ายังคงลดความซับซ้อนต่อไป จรวดรุ่นต่อไปคือ Rocket 4.0 จะมีเครื่องยนต์ที่ใหญ่กว่าเพียงสองเครื่องเท่านั้น เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ขนาดเล็กห้าเครื่องที่พบใน Rocket 3.0 และกระบวนการทั้งหมดจะเป็นแบบอัตโนมัติยิ่งขึ้นไปอีก เพื่อให้ทีมควบคุมภารกิจลดจำนวนลงจากไม่ถึงสิบคนเหลือเพียงสองคน

โรงงานผลิตจรวดของ Astra ในเมือง Alameda รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่ง Astra กำลังเรียกกระบวนการใหม่ Launch System 2.0 คาดว่าจะทำการบินทดสอบครั้งแรกของตัวเรียกใช้งาน 4.0 ของระบบในปลายปีนี้ และในที่สุดเมื่อจรวดถูกเตรียมสำหรับการดำเนินการเชิงพาณิชย์

แอสตร้ากล่าวว่าจะสามารถบรรทุกน้ำหนักได้ 300 กิโลกรัมสู่วงโคจรต่ำของโลกในราคาฐาน 3.95 ล้านดอลลาร์ ในทางตรงกันข้าม ราคามาตรฐานสำหรับจรวดอิเลคตรอนของ Rocket Lab สำหรับน้ำหนักบรรทุกเท่ากันนั้นอยู่ที่ประมาณ 7.5 ล้านดอลลาร์ต่อการเปิดตัวหนึ่งครั้ง แม้ว่า Rocket Lab บอกว่าราคาสุดท้ายนั้นขึ้นอยู่กับข้อกำหนดภารกิจเฉพาะของลูกค้าแต่ละราย

จังหวะการเปิดตัวที่ทะเยอทะยานดังกล่าวต้องใช้แผนการผลิตที่มีความทะเยอทะยานเท่าเทียมกัน Kemp บอกว่าโรงงานผลิตพื้นที่ 250,000 ตารางฟุตของบริษัททำให้บริษัทสามารถผลิตจรวดได้หนึ่งลูกต่อวัน เพื่อสนับสนุนการผลิตเพิ่มเติม แอสตร้าได้ว่าจ้าง Benjamin Lyon ผู้นำของ Apple มาอย่างยาวนานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว เพื่อเป็นหัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมของบริษัท

การย้ายจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคไปยังเรือจรวดอาจดูผิดปกติ แต่เป็นหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับความตั้งใจของ Astra ที่จะบรรลุระดับการผลิตที่ไม่เคยมีมาก่อนในการบินและอวกาศ ส่วนหนึ่งของแผนการเพิ่มจังหวะการเปิดตัว Astra ได้ประกาศแผนการเมื่อต้นเดือนนี้ที่จะเปิดตัว SaxaVord UK Spaceport โดยเร็วที่สุดในปี 2023 และหากทุกอย่างเป็นไปตามแผนสำหรับบริษัท นั่นก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

Source : https://techcrunch.com/2022/05/13/astras-playing-the-long-game/

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

ดีจริงต้องติดป้าย Google Chrome คัดสรรส่วนขยายที่มีคุณภาพ

Google Chrome

ภาพจาก Pixabay

ส่วนขยาย Google Chrome หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Google Chrome Extension เป็นโปรแกรมที่ถูกบรรจุไว้ในเว็บเบราว์เซอร์ Google Chrome โดยโปรแกรมเหล่านั้นจะช่วยให้การทำงานของเว็บไซต์นั้นสามารถทำงานได้ง่ายมากยิ่งขึ้นมีตัวช่วยให้เราได้เลือกในการใช้งานเพิ่มมากขึ้นโดย Google Chrome Extension มีให้เลือกมากมายเลย มีทั้งที่มีคุณภาพและไม่มีคุณภาพปะปนกันไปทำให้บางครั้งการเลือกใช้งานอาจจะได้ประสิทธิภาพไม่เต็มที่ และบางครั้งอาจจะสร้างความเสียหายให้กับคอมพิวเตอร์ก็เป็นได้

ภาพจาก Chrome WebStore

Google Chrome เลยเพิ่มฟีเจอร์ใหม่เข้าไปเพื่อเป็นการคัดสรรส่วนขยาย Google Chrome ที่มีคุณภาพและได้รับความนิยมในการใช้งานโดยจะเป็นการติดป้ายกำกับบนส่วนขยายที่มีคุณภาพนั่นเอง โดยมีทั้งหมดสองป้ายด้วยกัน อันแรกจะเป็นป้ายกำกับรางวัล ซึ่งจะเป็นป้ายที่เป็นการยืนยันว่าส่วนขยายนี้ได้รับการทดสอบก่อนนำมาใช้งานและเป็นที่นิยมของคนจำนวนมาก ส่วนอีกหนึ่งป้ายนั้นจะเป็นป้ายกำกับผู้พัฒนาโดยป้ายนี้จะแสดงให้เห็นก็ตอบเนี่ยผู้พัฒนาได้มีการยืนยันตัวตนรวมไปถึงพวกเขาเหล่านั้นได้ปฏิบัติตามนโยบายของผู้พัฒนาซึ่งการที่จะได้ปรับป้ายนี้มานั้นเป็นเรื่องที่ยากมากเพราะว่าผู้พัฒนาจะต้องทำผลงานให้ดีอย่างต่อเนื่องและไม่มีการละเมิดกฎโดยจะใช้เวลาในการสังเกตการณ์ประมาณหนึ่งถึงสามเดือน

ภาพจาก Chrome WebStore

โดยการที่จะได้รับป้ายทั้งสองป้ายนั้นผู้พัฒนาจะต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการใช้งานรวมไปถึงจะต้องเข้าถึงได้และไม่มีการชำระค่าบริการต่าง ๆ ภายหลัง

การเพิ่มฟีเจอร์ใหม่นี้ของ Google Chrome ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายของบริษัทที่จะทำให้ผู้ใช้งานนั้นสามารถเลือกใช้งานส่วนขยาย Google Chrome ได้อย่างมั่นใจมากขึ้นและหลีกเลี่ยงส่วนขยายที่ถูกพัฒนามาเพื่อการหลอกลวงให้ได้มากที่สุด

ภาพจาก Chrome WebStore

สำหรับเพื่อน ๆ คนใดที่ยังไม่เคยใช้ส่วนขยาย Google Chrome สามารถหาข้อมูลแก้ตาม YouTube หรือเข้าไปดูส่วนขยายได้ที่เว็บเบราว์เซอร์ Google Chrome โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ Chrome webstore หลังจากนั้นก็ค้นหาส่วนขยายที่ต้องการใช้งานได้เลยโดยในเว็บไซต์จะมีแนะนำอยู่ด้วยเช่นเดียวกันอย่างไรก็ตามอย่าลืมดูเครื่องหมายที่ถูก Google กำกับไว้ด้วยเช่นเดียวกันจะได้ใช้งานเฉพาะส่วนขยายที่มีคุณภาพนั่นเอง

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

Tags #ส่วนขยายGoogleChrome #GoogleChromeExtension #GoogleChrome
ข้อมูลจาก The Verge

เทรนด์เทคโนโลยีที่มาแรงปี 2022

เทรนด์เทคโนโลยีที่มาแรงปี 2022

เทรนด์เทคโนโลยีที่มาแรงปี 2022  สมัยนี้เทคโนโลยี เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เราต้องพัฒนาความรู้ ความสามารถ เพื่อให้ทันยุคสมัยอยู่ตลอดเวลา ทำให้เราต้องติดตามเทรนด์เทคโนโลยีจะได้ทันโลก และไม่พลาดโอกาสดีๆในการสร้างรายได้ให้กับตนเอง จะมีเทคโนโลยีอะไรบ้างที่น่าติดตาม

    Cr.pic; https://www.mreport.co.th/

1. Smart Space

    Smart Space หรือที่เราเรียกกันว่า พื้นที่อัจฉริยะ เป็นสภาพแวดล้อมทางดิจิทัลที่ฉลาดขึ้น เพื่อเชื่อมปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลกเสมือนและโลกจริง มาในรูแแบบดิจิทัล  แล้วsmart spaceนี้แหละจะทำให้โลกของเราน่าอยู่มากขึ้น และสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ ซึ่ง Smart Space จะเข้ามามีบทบาทกับชีวิตเรามากขึ้นด้วยการใช้ Smart Space เป็นพื้นที่ในการประชุม การทำงานร่วมกัน การคุยกับลูกค้า แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันผ่านโลกดิจิทัล แม้คุณจะอยู่ที่บ้านก็ตามซึ่งอีกไม่กี่ปีก็จะได้สัมผัสกับพื้นที่อัจฉริยะนี้แล้ว

    Cr.pic; https://codeit.us/

2. Graph Technology

   ในอนาคต ข้อมูลจะเป็นสิ่งที่มีมูลค่าสูงขึ้น และมีความสำคัญในเชิงธุรกิจ แล้ว Graph Technology นี้มีความพิเศษอย่างไรหล่ะ ทำไมคนในแวดวงธุรกิจถึงจำเป็นต้องใช้ ก็เป็นเพราะGraph Technology สามารถทำให้เราคาดการณ์พฤติกรรมของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ คนแบบไหนที่มีโอกาสกลายมาเป็นลูกค้าเราในอนาคต ช่วยบริหารจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในธุรกิจ

    Cr.pic; https://www.thesslstore.com/

3. Homomorphic Encryption

   ในช่วงที่ผ่านมาเทคโนโลยี Cloud มาแรง และมีการแข่งขันทางธุรกิจที่สูงขึ้น ทำให้มีการพัฒนาเทคโนโลยีที่จะมาช่วยให้ธุรกิจ Cloud สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นั่นคือ Homomorphic Encryption เป็นเทคโนโลยีที่มาช่วยผู้ใช้บริการม่จำเป็นต้องเข้ารหัสข้อมูลได้ ก็สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ เพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อมูลสำคัญบนคลาวน์ ได้อย่างปลอดภัย ไม่เกิดเหตุการณ์โดนขโมยข้อมูลหรือข้อมูลรั่วไหลไปภายนอก ซึ่งเทคโนโลยีตัวนี้ ยังมีจุดบกพร่องที่ยังต้องพัฒนาต่อไป คือ วิเคราะห์ข้อมูลที่เป็นตัวอักษรไม่ดีเท่าข้อมูลที่เป็นตัวเลข ทำให้ยังไม่มีการใช้อย่างแพร่หลาย

    Cr.pic; https://www.mindphp.com/

4. Quantum Computing

 หลายคนคงคุ้นหูกับเทคโนโลยีนี้ ที่จริงมีมานนานแล้ว แต่พึ่งมาบูมไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพราะ Quantum Computing มีประสิทธิภาพสูงในเรื่องของความเร็วในการช่วยประมวลผลข้อมูลมหาศาล โดยนำอะตอมมาช่วยในการประมวลผล เป็นโอกาสสำหรับโลกธุรกิจที่จะนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ และกำลังถูกพัฒนาและทำวิจัยศึกษาเกี่ยวกับควอนตัมเพื่อให้ควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่บางเบา ใช้งานสะดวก แต่ยังมีอุปสรรคในการพัฒนาคือ ควอนตัมมีข้อจำกัดที่ต้องอยู่ในอุณหภูมิที่หนา ติดลบ การควบคุมอะตอมที่ไม่อยู่นิ่ง  แต่ยังคงมีหลายคนเชื่อว่าเทคโนโลยีนี้จะมาเปลี่ยนแปลงโลก คาดว่าเทคโนโลยีนี้จะถูกใช้งานอย่างแพร่หลายมากขึ้นในปีหน้า

  โลกยุคดิจิทัลที่หมุนเร็วขึ้น จนเราแทบตามเทรนด์โลกไม่ทัน ก็มีเทคโนโลยีที่น่าสนใจมากมาย ที่จะมาช่วยให้โลกใบนี้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น แต่ละเทคโนโลยีก็มีทั้งข้อดี ข้อเสียที่เราต้องนำมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับงาน เพื่อประสิทธิภาพที่มากขึ้น และยังคงต้องพัฒนาเทคโนโลยีต่อไป สุดท้ายทุกคนต้องตามโลกเทคโนโลยีให้ทัน จะได้ไม่พลาดโอกาสต่างๆ และรับมือเตรียมพร้อมกับอนาคตที่ไม่คาดคิดเสมอ

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  

เทรนด์เทคโนโลยที่มาแรงปี 2022

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง faceb

Intel เปิดตัวชิปขุดคริปโตตัวใหม่

Intel-เปิดตัวชิปขุดคริปโตตัวใหม่

หลังจากที่ผู้คนเริ่มรู้จักกับคริปโตเคอเรนซี่ก็ได้มีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่ได้ก้าวเข้าสู่ธุรกิจนี้เพราะว่าเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มจะเป็นเทรนในอนาคตและสร้างผลตอบแทนได้สูงล่าสุดบริษัท Intel ผู้ผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์รายใหญ่ของโลกก็ได้กระโจนเข้าสู่ธุรกิจนี้ด้วยเช่นเดียวกันโดยทางบริษัทได้มีการลงทุนในเทคโนโลยีบล็อกเชนซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในอุตสาหกรรมคริปโต และได้มีการออกแบบชิปประมวลผลที่ใช้ในการขุดเหรียญคริปโตโดยเฉพาะ

เมื่อวันศุกร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาบริษัท Intel ได้มีการประกาศเปิดตัวชิปประมวลผลตัวใหม่ที่ใช้ในการขุดเหรียญ Bitcoin และใช้ในการ Mint ผลงานศิลปะ NFTs เนื่องจากมีปริมาณการใช้งานที่สูงอย่างมากหลังจากคริปโตเคอเรนซี่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น หลังจากที่ได้มีการประกาศเปิดตัวดูเหมือนว่าจะมีลูกค้ารายแรกที่มีการสั่งซื้อชิปประมวลผลดังกล่าวไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งนั่นก็คือบริษัท Block ของ Jack Dorsey อดีต CEO ของ Twitter และอีก 1 บริษัทก็คือ GRIID

Intel เปิดตัวชิปขุดคริปโตตัวใหม่

ภาพ Pixabay

คุณสมบัติของชิปประมวลผลตัวนี้จะเป็นชิปประมวลผลที่ใช้พลังงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพโดยมันสามารถที่จะขุดเหรียญและทำงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีบล็อกเชนรวดเร็วมากขึ้น

Raja Koduri ผู้ที่เป็นรองประธานของบริษัท Intel ก็ได้มีการพูดถึงชิปประมวลผลตัวดังกล่าวด้วยเช่นเดียวกันโดยเขาบอกว่าชิปประมวลผลตัวนี้จะสามารถทำงานได้ดีกว่า Gpu ที่ใช้ SHA-256 ในการขุดเหรียญ 1,000 เท่า

Intel เปิดตัวชิปขุดคริปโตตัวใหม่

ภาพ Pixabay

สำหรับข้อมูลอื่นก็เกี่ยวข้องกับการวางจำหน่ายชิปประมวลผล Intel ตัวดังกล่าวโดยชิปประมวลตัวนี้จะวางจำหน่ายในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ภายในงาน International Solid-State Circuits Conference และในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ทางบริษัทก็จะมีการขึ้นพรีเซนต์หัวข้อ Bonanza Mine: An Ultra-Low-Voltage Energy-Efficient Bitcoin Mining ASIC ด้วย

Intel เปิดตัวชิปขุดคริปโตตัวใหม่

ภาพ Pixabay

อย่างไรก็ตามในตอนนี้อุตสาหกรรมการขุดเหรียญคริปโตเคอเรนซี่นั้นกำลังเป็นที่ถูกพูดถึงในแง่ลบเรื่องของการใช้พลังงานมากเกินไปในการขุดและเป็นผลเสียต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งก็ต้นมาติดตามดูว่าชิปประมวลผลของ Intel ตัวนี้จะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้หรือไม่ ในอนาคตก็คงต้องมาติดตามหรือว่าอุตสาหกรรมนี้จะเป็นเช่นไรเพราะในตอนนี้บางประเทศก็ห้ามมิให้มีการขุดคริปโตภายในประเทศส่วนบางประเทศก็มีการอนุญาตเป็นบางพื้นที่ ที่สำคัญเลยก็คือพลังงานที่ใช้ในการประกอบการขุดประเทศอย่างเอลซัลวาดอร์มีพลังงานจากภูเขาไฟหรือบางประเทศก็ใช้พลังงานจากน้ำในเขื่อน แต่อีกหลายๆ ประเทศยังคงใช้พลังงานที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในส่วนนี้ก็ต้องมาติดตามดูว่าจะมีจะมีการเปลี่ยนแปลงไปใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้นหรือไม่และจะมีประเทศเปิดรับ ฺBitcoin และอุตสาหกรรมดังกล่าวอย่างเป็นทางการมากน้อยเพียงใด

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

ข้อมูลจาก The Verge

Facebook ลบข่าวปลอมในประเทศยูเครน

Facebook ลบข่าวปลอมในประเทศยูเครน

เมื่อวันพุธที่ผ่านมาหรือตามในเวลาประเทศไทยก็คือช่วงวันพฤหัสทางบริษัท Meta บริษัทแม่ของ Facebook ได้มีการลบคลิปวิดีโอคลิปหนึ่งของประธานาธิบดีประเทศยูเครน Volodymyr Zelenskyy หลังจากที่ได้รู้ว่าคลิปวิดีโอนั้นเป็นคลิปวิดีโอที่ถูกทำขึ้นและเป็นข่าวปลอมโดยภายในกี่วิดีโอมีการพูดถึงเกี่ยวกับชาวยูเครนที่จะวางอาวุธและยอมให้กับทางประเทศรัสเซีย

คลิปวิดีโอที่เป็นคลิปวิดีโอปลอมนั้นได้ถูกเผยแพร่ผ่าน เว็บไซต์ข่าวของประเทศยูเครนหลังจากที่เว็บไซต์ถูกแฮ็ค จากการรายงานจากสำนักข่าว Sky News ในคลิปวิดีโอได้ปรากฏให้เห็นประธานาธิบดีของยูเครนออกมาพูดหลังโพเดียมโดยเป็นการประกาศว่าทางประเทศยูเครนได้มีการตัดสินใจคือรัฐดอนบาสให้กับประเทศรัสเซีย ซึ่งสิ่งที่สังเกตได้ในคลิปวิดีโอดังกล่าวนั้นก็คือรูปร่างหน้าตาของ Volodymyr Zelenskyy มีขนาดที่ใหญ่เกินไปและดูไม่เข้ากับตัวและเสียงก็ไม่ได้ตรงกับเสียงตัวจริงด้วย

Facebook ลบข่าวปลอมในประเทศยูเครน

หลังจากที่ทาง Facebook ได้รู้ว่าได้มีคลิปวิดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่กันอย่างแพร่หลายใน แพลตฟอร์มของตัวเองนั้นทางบริษัทก็ได้มีการลบวิดีโอดังกล่าวออกจากแพลตฟอร์ม

ซึ่งก่อนหน้านี้ทางรัฐบาลของประเทศยูเครนก็ได้มีการประกาศเตือนทหารและเหล่าประชาชนเมื่อเขาได้พบเจอคลิปวิดีโอของประธานาธิบดีบนโลกออนไลน์และถ้าหากว่าทางท่านประธานาธิบดีได้มีการประกาศยอมแพ้ต่อประเทศรัสเซียที่ได้บุกรุกเข้ามาในคราวนี้ให้ตีความไว้ก่อนว่าเป็นข่าวลือที่ทางผู้ไม่หวังดีสร้างขึ้นเพื่อต้องการให้ชาวยูเครนยอมจำนนต่อการรุกรานในคราวนี้

Facebook ลบข่าวปลอมในประเทศยูเครน

นอกจากนี้ Volodymyr Zelenskyy ก็ได้มีการโพสต์คลิปวิดีโอบน Instagram ส่วนตัวด้วยโดยเขาได้มีการปฏิเสธเกี่ยวกับคลิปวิดีโอปลอมดังกล่าวและได้มีการพูดถึงเกี่ยวกับคำแนะนำเดียวที่เขาได้พูดนั่นก็คือการขอให้ทหารที่อยู่ทางฝั่งประเทศรัสเซียวางอาวุธและกลับบ้านและเขาก็ยังบอกอีกด้วยว่าพวกเราอยู่ที่บ้านและจะคอยปกป้องประเทศยูเครน

Facebook ลบข่าวปลอมในประเทศยูเครน

จากสงครามที่เริ่มต้นด้วยการใช้อาวุธเริ่มกลับกลายเป็นสงครามที่ใช้โลกอินเทอร์เน็ตในการโจมตีกันมากขึ้นและยิ่งในปัจจุบันถ้าหากว่าไม่ได้มีการตรวจสอบให้ดีเสียก่อนแล้วก็อาจจะเป็นไปได้ว่าข่าวปลอมที่ถูกเผยแพร่ออกมานั้นจะก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้างได้เลยทีเดียวแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามทางสื่อสังคมออนไลน์แพลตฟอร์มต่าง ๆ ก็พยายามที่จะกำจัดข่าวปลอมให้ได้มากที่สุดเพราะเคยเกิดเหตุการณ์การแพร่กระจายของข่าวปลอมมาแล้วหลายต่อหลายครั้งแล้วมันส่งผลกระทบมากมายเลยทีเดียว

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

ข้อมูลจาก The verge

Apple เพิ่มเสียงใหม่ให้ Siri

Apple เพิ่มเสียงใหม่ให้ Siri

ถ้าเราใช้อุปกรณ์ของ Apple ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPod, iPad หรือว่าจะเป็นเครื่อง Mac เราทุกคนคงต้องรู้จัก Siri อย่างแน่นอน

Siri เป็นผู้ช่วยสั่งการด้วยเสียงที่อยู่คู่กับอุปกรณ์ของ Apple มาอย่างยาวนานโดยมันสามารถช่วยให้การทำงานบนอุปกรณ์ของ Apple เป็นเรื่องที่ง่ายดายมากยิ่งขึ้นเลยทีเดียว มีผู้ใช้งานจำนวนมากที่ใช้โทรศัพท์ iPhone และใช้งาน Siri อยู่เป็นประจำ โดยปัจจุบันนี้ Siri ก็ได้ถูกพัฒนามาจากเมื่อก่อนมากมายเลยและล่าสุดสำหรับผู้ที่ใช้งาน iOS 15.4 ผู้ช่วยสั่งการด้วยเสียงอย่าง Siri ก็จะมีเสียงใหม่มาให้ผู้ใช้งานได้เลือกใช้งานกันแล้ว

Apple

iOS 15.4 ถือว่าเป็นระบบปฏิบัติการรุ่นต่อไปของ Apple โดยสิ่งที่เป็นไฮไลท์ก็คือเสียงของ Siri เสียงใหม่ที่จะถูกเพิ่มเข้ามาเป็นเสียงที่ 5 แล้วโดยจะเป็นเสียงของผู้หญิงที่ใช้สำเนียงอเมริกัน โดย Steve Moser ผู้พัฒนาระบบ iOS ให้ชื่อของเสียงที่ 5 นี้ว่า “Quinn”

ซึ่งทางเว็บไซต์ Axios ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเสียง Siri ใหม่นี้ไว้ด้วยว่าเสียงใหม่นี้จะมีไม่มีการระบุเพศเหมือนกับเสียง Siri ที่ถูกนำเข้ามาก่อนหน้านี้ ซึ่งทาง Apple ก็ได้ยืนยันว่าผู้ที่มาให้เสียง Siri เสียงที่ 5 นี้เป็นคนในกลุ่ม LGBT+ ซึ่งทาง Apple ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลไปมากกว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นบุคลิกลักษณะต่าง ๆ ทาง Apple เป็นบริษัทที่สนับสนุนความเป็นมนุษย์มากเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นเรื่องความหลากหลายทางเพศหรือเรื่องสีผิวก็ตาม ในปีที่แล้วก็ให้คนผิวสีเข้ามาให้เสียงของ Siri

Apple

อย่างไรก็ตามเสียง Siri เสียงใหม่นี้จะเป็นเสียงภาษาอังกฤษเพียงเท่านั้นสำหรับคนที่ใช้โทรศัพท์ไอโฟนในประเทศไทยก็คงต้องใช้เสียงSiri เสียงเก่าไปก่อน สำหรับภาษาไทยนั้นเสียงของ Siri จะเป็นเสียงผู้หญิงซึ่งเป็นเสียงพื้นฐานที่ทางระบบตั้งค่าไว้นั่นเอง

Apple

นอกจาก iOS 15.4 นั้นจะมีการอัปเดตเสียงใหม่ของ Siri แล้วในเวอร์ชันทดสอบยังมีการอัปเดตในเรื่องของ AirTags anti-stalking อีกด้วยโดยระบบดังกล่าวจะเป็นการใช้งานร่วมกับ Air Tag อุปกรณ์ติดตามของ Apple ซึ่งระบบดังกล่าวจะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งาน Airtag ใช้อุปกรณ์ในการติดตามผู้คนซึ่งมันเป็นเหมือนการสะกดรอยตามนั่นเอง เพราะว่ามันกลายเป็นปัญหาอย่างมากเลยทีเดียวเมื่อคนใช้งาน Airtag ผิดวิธี บริษัท Apple สร้าง Airtag มาเพื่อวัตถุประสงค์ในการค้นหาอุปกรณ์ต่างๆ ที่ผู้ใช้งานอาจจะวางลืมไว้และหาไม่เจอเป็นต้น แต่ก็มีคนบางกลุ่มที่ใช้งานอุปกรณ์ชนิดนี้ผิดวิธีโดยใช้มันในการสะกดรอยตามคนซึ่งมันเหมือนเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลนั้นเองทาง Apple จึงได้พัฒนาระบบ AirTags anti-stalking ขึ้นมานั่นเอง

ภาพจาก Pixabay

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ทันโลกit  

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

ข้อมูลจาก The Verge

Tesla ถูกตรวจสอบ

Tesla

Tesla ถูกตรวจสอบ เล่นเกมขณะขับรถ

รถยนต์ Tesla  เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆของโลกเลยทีเดียวซึ่งจุดเด่นของมันนั้นก็คือฟังก์ชั่นที่หลากหลายภายในรถยนต์นะว่าจะเป็นระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะหรือว่าจะเป็นการเล่นเกมส์บนรถยนต์ซึ่งได้ถูกอัพเดทมาเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมาโดยมีการจับมือกับบริษัท AMD  บริษัทที่พัฒนาการ์ดจอและเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเล่นเกม การที่บริษัท Tesla จับมือกับบริษัท AMD  ทำให้รถยนต์ของ Tesla ในบางรุ่นนั้นสามารถเล่นเกมระดับ AAA ตัวอย่างเช่นเกม Cyberpunk 2077 ซึ่งการที่มีเทคโนโลยีเช่นนี้ทำให้ผู้ที่ใช้รถยนต์ Tesla นั้นสามารถใช้รถยนต์เป็นแหล่งบันเทิงได้เลยทีเดียว

แต่ก็ดูเหมือนว่าการพัฒนาให้รถยนต์ให้เป็นแหล่งบันเทิงและสามารถเล่นเกมได้จะสร้างความกังวลให้กับหลาย ๆ ฝ่าย ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้รัฐบาลของสหรัฐอเมริกาได้มีการประกาศว่าพวกเขากำลังตรวจสอบรถยนต์ Tesla จำนวนครึ่งหนึ่ง ซึ่งได้รับการเรียกร้องมาจาก NHTSA ( National Highway Traffic Safety Administration ) โดยมีการเรียกร้องตั้งแต่ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เกี่ยวกับผู้ขับขี่รถยนต์ Tesla สามารถใช้งาน Web Browser และเล่นเกมขณะที่กำลังขับรถได้ แม้ว่าฟังก์ชันในการเข้าถึงสื่อบันเทิงต่าง ๆ ที่อยู่บนรถยนต์ Tesla จะอนุญาตให้เพียงแค่ผู้โดยสารภายในรถยนต์เข้าถึงเท่านั้นแต่อย่างไรก็ตามผู้ขับขี่ก็มีสิทธิ์เข้าถึงด้วยเช่นเดียวกัน และด้วยเหตุนี้ก็อาจจะทำให้ผู้ขับขี่ไม่มีสมาธิในการขับขี่และเกิดอุบัติเหตุได้ 

รถยนต์ของ Tesla จำนวนกว่า 580,000 คันจะถูกตรวจสอบจาก ODI (Office of Defects and Investigations) โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นรถยนต์ในรุ่น Model 3, Model S, และ Model X ถูกผลิตในช่วงปี 2017 จนถึง 2022 โดยจะเป็นการตรวจสอบในเรื่องของการเข้าถึงสื่อบันเทิงภายในรถยนต์สำหรับผู้โดยสารและผู้ขับขี่เพื่อลดโอกาสการที่จะเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

ถึงแม้ว่า Tesla จะอนุญาตให้ผู้โดยสารสามารถที่จะเล่นเกมในช่วงที่รถยนต์จอดได้ก็ตามทีแต่ว่าหลังจากที่มีการอัพเดทใหม่ผู้โดยสารสามารถเล่นเกม Sky Force Reloaded, Solitaire, และ The Battle of Polytopia ในขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่ได้  และถึงแม้ว่าการอัพเดทดังกล่าวจะเป็นการอัพเดทให้กับผู้โดยสารเพียงเท่านั้นแต่ว่าผู้ขับขี่ก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ด้วยเช่นเดียวกัน 

ในปีนี้รถยนต์ของ Tesla กลายเป็นที่ถูกพูดถึงในเรื่องความปลอดภัยอยู่บ่อยครั้งนับตั้งแต่การเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าบริษัทจะมีการทดสอบความปลอดภัยในการขับขี่ก็ตามทีแต่ว่าทั้งหมดนั้นก็ต้องอยู่กับผู้ขับขี่เองด้วยว่าจะขับขี่ได้ปลอดภัยมากเพียงไหน และด้วยการมีสื่อบันเทิงบนรถยนต์ทำให้ความปลอดภัยในการขับขี่อาจจะลดน้อยลงอีก หลังจากการตรวจสอบครั้งนี้ก็คงจะทำให้บริษัท Tesla มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่

ภาพ Screenshot จาก Cnet

ข้อมูลจาก Gamerant  

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ เทคโนโลยีรอบโลก 
เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

iPhone นวัตกรรมเปลี่ยนโลก

iPhone

iPhone นวัตกรรมเปลี่ยนโลกเกิดขึ้นเมื่อ 15 ปีที่แล้ว

ในช่วงที่เราใช้โทรศัพท์ที่เป็นปุ่มกดเราคงไม่มีทางคิดถึงได้เลยว่าในปัจจุบันนี้โทรศัพท์ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารหรือส่งข้อความจะเปลี่ยนแปลงไปได้มากมายถึงขนาดนี้ ในปัจจุบันนี้โทรศัพท์ปุ่มกดแล้วแทบจะไม่เห็นกันแล้วบริษัทส่วนใหญ่หันมาใช้โทรศัพท์ที่เป็นระบบสัมผัส ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำมากกว่าสามารถทำประโยชน์ได้มากกว่าไม่ว่าจะเป็นใช้ในการติดต่อสื่อสาร เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต นำทาง หรือแม้แต่ในเรื่องของความบันเทิง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของโทรศัพท์จากปุ่มกดมาเป็นโทรศัพท์ที่ใช้ระบบสัมผัสเกิดขึ้นเมื่อ 15 ปีที่แล้ว

ในวันที่ 9 มกราคมปี 2550 ผู้ชายที่มีชื่อว่า Steve Jobs  ได้เปลี่ยนแปลงโลกทั้งใบไปโดยสิ้นเชิงโดยการเปิดตัวโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่มีชื่อว่า iPhone รุ่นแรก ในตอนนั้นเพียงแค่เราได้เห็นโทรศัพท์เปลี่ยนจากปุ่มกดเป็นระบบสัมผัสเราก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจมากแล้วแต่นี่ยังสามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตและทำให้การติดต่อสื่อสารเป็นเรื่องง่ายกว่าเดิมขึ้นไปอีก ที่สำคัญเลยก็คือ iPhone เปลี่ยนให้บริษัทหลายๆบริษัทหันมาใช้เทคโนโลยีระบบสัมผัสด้วยปลายนิ้วแทนที่จะใช้ปุ่มกดในโทรศัพท์มือถือ และทำให้ทั้งโลกตอนนี้รู้จักสมาร์ทโฟน นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันบริษัท Apple ก็ได้มีการพัฒนา iPhone มาทั้งหมด 13 รุ่น ด้วยความที่ Apple สามารถดึงสำลีใหม่ๆเข้ามาใน iPhone รุ่นใหม่ๆได้ทำให้ iPhone ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องถึงแม้ว่า Steve Jobs จะไม่ได้อยู่แล้วก็ตามที

ในวันแรกที่ Steve Jobs เปิดตัว iPhone รุ่นแรกนั้นบริษัท Apple มีมูลค่าของบริษัทอยู่ที่ 

174.03 พันล้านเหรียญสหรัฐ และด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องและออกเทคโนโลยีใหม่ๆให้ผู้บริโภคได้ใช้งานกันอย่างสม่ำเสมอในทุก ๆ ปีทำให้บริษัท Apple ในปัจจุบันนี้มีมูลค่ามากกว่า 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐเป็นที่เรียบร้อย เรียกว่าเป็นบริษัทที่เติบโตอย่างรวดเร็วมากเลยทีเดียว 

เมื่อมาเทียบเนื้อเรื่องของราคา iPhone รุ่นดั้งเดิมนั้นมีราคาอยู่ที่ 499 เหรียญสหรัฐสำหรับเครื่องความจำ 4 GB  แต่ในปัจจุบันนี้ iPhone 13 Pro Max ที่เป็นโทรศัพท์ที่ทันสมัยมากที่สุดมีราคาอยู่ที่ 1099 เหรียญสหรัฐสำหรับ 256 GB  เรียกว่าราคาต่างกันมากมหาศาล

โทรศัพท์ iPhone จะเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมของโลกแล้วยังทำให้เกิดเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ ๆอีกมากมายเลยทีเดียวในรูปแบบของแอปพลิเคชัน ในตอนนั้นเรายังไม่รู้จัก Facebook Instagram หรือว่า Twitter เลยด้วยซ้ำ การมาถึงของ iPhone ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ทำให้เทคโนโลยีเหล่านี้เกิดขึ้นมามากมาย  ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ทำให้เทคโนโลยีเหล่านี้เกิดขึ้นมามากมาย เรียกว่าโทรศัพท์ iPhone เป็นจุดกำเนิดที่ทำให้ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีนั้นก้าวล้ำทันสมัยมากขึ้นและการติดต่อสื่อสารเป็นเรื่องง่ายมากขึ้นจริง ๆ

ภาพจาก Pixabay

ข้อมูลจาก Cnet 

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ เทคโนโลยีรอบโลก 
เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook