Garmin Venu 2 Plus นาฬิกาอัจฉริยะคู่แข่ง Apple

Garmin Venu 2 Plus นาฬิกาอัจฉริยะคู่แข่ง Apple

นาฬิกาอัจฉริยะหรือ Smart Watch กลายเป็นเทคโนโลยีสวมใส่สุดฮิตในปัจจุบันนี้ผู้คนส่วนใหญ่หันมาใส่นาฬิกาอัจฉริยะแทนที่จะใส่นาฬิกาปกติ เพราะว่านาฬิกาอัจฉริยะสามารถทำอะไรได้มากกว่าการดูเวลาเฉย ๆ มันสามารถใช้ในการตรวจจับสิ่งต่างๆ ภายในร่างกายได้ไม่ว่าจะเป็นระบบการเต้นของหัวใจ ระบบการหายใจ ออกซิเจนในร่างกาย และอื่น ๆ ซึ่งประโยชน์เหล่านี้ทำให้นาฬิกาอัจฉริยะส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้ในเรื่องของการออกกำลังกายเพื่อพัฒนาศักยภาพและทำให้ร่างกายแข็งแรง ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีหลากหลายยี่ห้อเป็นอย่างมากเลยทีเดียว แต่สำหรับนาฬิกาที่ใช้ในการออกกำลังกายนั้นยี่ห้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของโลกก็คงจะเป็น Garmin

ภาพ Screenshot จาก Garmin Thailand

Garmin เป็นแบรนด์ที่ผลิตนาฬิกาอัจฉริยะที่ใช้ในการออกกำลังกายซึ่งก็มีหลากหลายรุ่นเป็นอย่างมากโดยล่าสุดก็ได้มีการเปิดตัวนาฬิกาอัจฉริยะรุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า Garmin Venu 2 Plus โดยเปิดตัวในราคาประมาณ 15,000 บาท ซึ่งปัจจุบันนี้ก็เริ่มมีการวางจำหน่ายแล้ว ลักษณะพิเศษของนาฬิกา Garmin Venu 2 Plus ก็คือนาฬิกาเป็นนาฬิการะบบทัชสกรีนบนหน้าจอ และที่สำคัญภายในตัวนาฬิกายังมีลำโพงและไมโครโฟนติดอยู่ด้วยทำให้ผู้ใช้งานสามารถพูดคุยและติดต่อสื่อสารกับคู่สนทนาได้ นอกจากนี้ภายในนาฬิกายังมีระบบผู้ช่วยอีกด้วยเช่นเดียวกับ SIRI ของ Apple หรือ Google Assistant ของ Android ซึ่งจะคอยรับคำสั่งเสียงของผู้ใช้งานทำให้การใช้งานง่ายขึ้นเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ที่สำคัญนาฬิกา Garmin Venu 2 Plus ยังสามารถทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Android และ iOS ได้

ภาพ Screenshot จาก Garmin Thailand

สาเหตุที่ทำให้นาฬิกา Garmin Venu 2 Plus สามารถเป็นคู่แข่งกับ Apple Watch 7 ได้นั้นก็เพราะว่า Apple Watch 7 ไม่มีไมโครโฟนและลำโพงติดอยู่ภายในนาฬิกา และที่สำคัญในเรื่องอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ Garmin Venu 2 Plus สามารถใช้งานได้ถึง 8 วันเต็ม ๆ เลยทีเดียวโดยที่ไม่ต้องมีการชาร์จแบตเตอรี่ซึ่งมีระยะเวลาการใช้งานที่มากกว่า Apple Watch 7

ภาพ Screenshot จาก Garmin Thailand

Garmin Venu 2 Plus เป็นนาฬิกาที่พัฒนามาจาก Garmin Venu 2 ซึ่งจะมีฟีเจอร์การทำงานหลักๆ ที่คล้ายคลึงกันแต่มีการอัปเดตในเรื่องของลำโพง ไมโครโฟน และระบบผู้ช่วยเข้ามา ที่สำคัญ Garmin Venu 2 Plus มีขนาดที่เล็กกว่า Garmin Venu 2 โดยมีขนาดเพียงแค่ 43 mm ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า Garmin Venu 2 ถึง 2 mm

สำหรับใครที่กำลังมองหานาฬิกาอัจฉริยะที่ใช้ในการออกกำลังกายที่มีขนาดเล็กและฟังก์ชันการทำงานที่ดีพอๆ กับนาฬิกาอัจฉริยะยี่ห้ออื่น ๆ แล้วล่ะก็ Garmin Venu 2 Plus ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่เลวแถมราคาก็ไม่ได้แพงมากอีกด้วย

ข้อมูลจาก Cnet

แนะนำไอเท็มเสริม สำหรับการ work from home

แนะนำไอเท็มเสริม สำหรับการ work from home

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ที่โรคระบาดทวีความรุนแรงมากขึ้น จึงทำให้มีหลายคนไม่สามารถออกไปทำงานที่ออฟฟิศได้ตามปกติ และต้อง work from home ซึ่งนับเป็นรูปแบบของการทำงานที่หนุ่มสาวออฟฟิศไม่คุ้นเคย จึงต้องมีการปรับตัวพอสมควร เพราะสภาพแวดล้อมในบ้านไม่เอื้อต่อการทำงานได้ตลอดวัน อีกทั้งอุปกรณ์สำนักงานก็ไม่มี จึงอาจต้องใช้ไอเท็มเสริมบางอย่างมาเป็นตัวช่วย และวันนี้เราก็มีตัวอย่างไอเท็มดีๆ มาแนะนำ จะมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

โต๊ะโน้ตบุ๊คปรับระดับได้
เมื่อต้องทำงานอยู่ในบ้านของตัวเอง คนส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกวิธีการที่ชิลล์ๆ อย่างทำงานบนเตียง โซฟา หรือมุมไหนของบ้านก็ตามที่เป็นมุมโปรดส่วนตัว ซึ่งไม่ได้มีโต๊ะทำงานเป็นเรื่องเป็นราวเหมือนอยู่ในออฟฟิศ ฉะนั้นโต๊ะอเนกประสงค์แบบที่สามารถปรับระดับการใช้งานได้ นับเป็นไอเท็มที่จำเป็นมาก เพราะจะช่วยให้เราสามารถหิ้วโน้ตบุ๊คคู่ใจไปทำงานตรงไหนของบ้านก็ได้ โดยสะดวก โดยไม่ต้องวางบนตัก

โคมไฟตั้งโต๊ะ
ในออฟฟิศส่วนใหญ่ มักจะมีการจัดตำแหน่งของแสงไฟให้เพียงพอต่อการทำงานของพนักงานทุกคนอยู่แล้ว แต่หากเป็นการทำงานที่บ้าน เราอาจต้องเพิ่มไอเท็มเป็นโคมไฟตั้งโต๊ะ เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีแสงสว่างเพียงพอต่อการทำงาน ซึ่งนอกจากจะเป็นการถนอมดวงตาแล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้เป็นอย่างดีด้วย

ที่พักเท้า
ที่พักเท้ามักเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม แต่ขอบอกไว้เลยว่า ไอเท็มนี้มีประโยชน์มากกว่าที่คิด เพราะนอกจากจะช่วยให้รู้สึกสบายไม่เมื่อยเท้าแล้ว มันยังช่วยปรับปรุงท่าทางเมื่อนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน และช่วยป้องกันเส้นเลือดขอด รวมทั้งลดแรงกดบนเอ็นร้อยหวาย อันเกิดจากการนั่งทำงานเป็นเวลานานๆ อีกด้วย

หูฟังไร้สาย Bluetooth
เมื่อทำงานที่บ้าน หลายคนจะต้องมีการประชุมออนไลน์ ซึ่งบางครั้งการใช้หูฟังแบบมีสายก็ไม่ค่อยสะดวกนัก เพราะสายอาจสั้นเกินไป หรือบางที เราอาจต้องลุกเดินไปที่อื่น เช่นไปหยิบของ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะติดสาย ฉะนั้นการมีหูฟังแบบไร้สายจึงตอบโจทย์การทำงานแบบ work from home ได้ดีกว่า

ต้นไม้เล็กๆ
ต้นไม้ แม้จะไม่ได้เป็นไอเท็มที่ช่วยเรื่องการทำงานโดยตรง แต่ก็มีคุณสมบัติในการฟอกอากาศ และยังช่วยตกแต่งโต๊ะทำงานให้มีบรรยากาศที่ดูผ่อนคลายขึ้น จึงนับว่าช่วยทั้งเรื่องสุขภาพจิตและสุขภาพกายเลยทีเดียว

ใครที่ยังต้อง work from home แต่ยังมีไอเท็มเหล่านี้ไม่ครบ แนะนำให้ลองไปหามาติดบ้านกันไว้นะจ๊ะ รับรองว่ามีแล้วชีวิตดีขึ้นแน่นอน

รหัสผ่านสำคัญมาก ตั้งให้ยากเข้าไว้

รหัสผ่านสำคัญมาก ตั้งให้ยากเข้าไว้

ทุกวันนี้เราใช้เทคโนโลยีมากมายไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือสื่อสังคมออนไลน์หรือแม้แต่อีเมลทุก ๆ สิ่งทุก ๆ อย่างที่เราใช้นั้นล้วนแต่มีข้อมูลที่สำคัญของเราเก็บไว้สิ่งที่ป้องกันข้อมูลเหล่านั้นมีเพียงสิ่งเดียวนั่นก็คือรหัสผ่านแปลว่าการตั้งรหัสผ่านของแต่ละคนนั้นก็ไม่เหมือนกันบางคนตั้งรหัสผ่านให้ง่ายเพื่อที่จะสามารถจดจำได้ส่วนบางคนก็ตั้งรหัสผ่านให้ยากเพื่อที่จะให้ยากต่อการเข้าถึงแต่ที่สำคัญเลยก็คือเมื่อเรามีเทคโนโลยีที่มากขึ้นรหัสผ่านเหล่านั้นก็จะมีจำนวนมากขึ้นและสิ่งที่ได้นั้นก็คือเราไม่สามารถจำรหัสผ่านเรานั้นได้หลายคนจึงเลือกที่จะตั้งรหัสผ่านที่มีความคล้ายคลึงกันมากที่สุดเพื่อให้เข้าถึงการใช้งานได้ง่ายมากที่สุดนั่นเอง

ภาพจาก Pixabay

ดังนั้นการตั้งรหัสผ่านก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียถ้าหากตั้งรหัสผ่านง่ายเกินไปก็อาจจะถูกผู้ไม่หวังดีเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ของเราได้ง่ายแต่ถ้าตั้งรหัสผ่านยากเกินไปบางทีเราก็ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลนั้นได้ด้วยเช่นเดียวกันแล้วเราควรตั้งรหัสผ่านอย่างไรให้เหมาะสมยากต่อการเข้าถึงแต่งหน้าสำหรับการจดจำ

  1. การตั้งรหัสผ่านนั้นควรมีตัวอักษรอย่างน้อย 16 ตัวเป็นจำนวนที่ไม่สั้นและไม่ยาวจนเกินไปส่วนคำที่อยู่ในนั้นก็อาจจะใช้เป็นคำที่มีลักษณะพิเศษที่เรารู้ความหมายของมันเพียงคนเดียว ที่สำคัญไม่ควรใช้อักขระพิเศษอย่างเช่น @, &, s, $ เป็นต้นเพราะสามารถคาดเดาได้ง่าย

ภาพจาก Pixabay

  • เปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำถ้าหากว่าเรามีบัญชีอยู่บนโลกอินเทอร์เน็ตจำนวนไม่มากการเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีอาจจะทุก ๆ 3 เดือนหรือว่า 6 เดือนครั้งหนึ่ง เพื่อให้รหัสผ่านเปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลาซึ่งวิธีการนี้จะทำให้ผู้ไม่หวังดีเดารหัสผ่านได้ยากมากขึ้นนั่นเอง
  • ถ้าหากว่าไม่ต้องการเปลี่ยนรหัสผ่านบ่อยก็ไม่ควรนำข้อมูลสำคัญไปใส่ไว้ในสื่อสังคมออนไลน์ตัวอย่างเช่นที่อยู่ เลขบัตรประชาชน ชื่อนามสกุล เพราะข้อมูลเหล่านี้สามารถถูกนำไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย
  • ใช้รหัสผ่าน 2 ขั้นตอน การยืนยันรหัสผ่าน 2 ชั้นเป็นตัวช่วยอย่างหนึ่งที่ทำให้การเข้าถึงบัญชีต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ยากมากขึ้นซึ่งในปัจจุบันมี Application มากมายที่สามารถใช้งานรหัสผ่าน 2 ขั้นตอนได้ตัวอย่างเช่น Google Authenticator หรือเป็นการส่งเลข OTP ไปที่อีเมลหรือโทรศัพท์ก็ถือว่าเป็นการยืนยันระบบ 2 ขั้นตอนด้วยเช่นเดียวกัน

ภาพจาก Pixabay

นี่ก็คือ 4 วิธีเบื้องต้นที่จะทำให้การตั้งรหัสผ่านของเรานั้นถูกคาดเดาได้ยากมากขึ้นและข้อมูลของเราก็จะมีความปลอดภัยมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน

ข้อมูลจาก Cnet

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

Twitter ทดลองฟีเจอร์ใหม่ “Unmentioning”

Twitter ทดลองฟีเจอร์ใหม่ “Unmentioning”

การใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ถึงแม้ว่าจะเป็นมันจะเป็นโลกอินเทอร์เน็ตที่พาคนจำนวนมากมายมาเชื่อมต่อกันทำให้เกิดเป็นสังคมในรูปแบบใหม่แต่ถึงแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นสังคมสื่อสังคมออนไลน์แต่เราทุกคนก็คงต้องการความเป็นส่วนตัวเหมือนกันอย่างแน่นอน แต่บางครั้งตื่นสังคมออนไลน์ก็ลดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานมากเกินไปทำให้ผู้คนที่ไม่รู้จักสามารถติดต่อกันได้ถึงแม้ว่าจะไม่ต้องการก็ตาม และบางครั้งการกระทำแบบนี้ก็สร้างความไม่สบายใจให้กับผู้ใช้งานแล้วมันก็กลายเป็นปัญหาที่ทางผู้พัฒนาสื่อสังคมออนไลน์จะต้องแก้ไข

ภาพ Pixabay

Twitter เป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่มีการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ออกมาโดยฟีเจอร์นี้จะเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้งานมากขึ้นโดยเป็นการทดลองใช้กับผู้ใช้งานบางกลุ่มและเว็บไซต์เพียงเท่านั้นสำหรับ Application คงจะมีการพัฒนาออกมาให้ใช้ในภายหลังโดยฟีเจอร์ดังกล่าวมีชื่อว่า “Unmentioning” โดยการทำงานหลักของฟีเจอร์นี้จะเป็นการปิดการแจ้งเตือนทั้งหมดที่เราไม่ต้องการจากผู้ใช้งานคนอื่นโดยมันจะเป็นการลบ Tags ที่เราไม่ต้องการติดตามออกนั้นเอง

ภาพ Pixabay

ซึ่งทาง Twitter ก็มาเปิดเผยวิธีการใช้งานฟีเจอร์ Unmentioning ด้วยเช่นเดียวกัน โดยมันจะปรับอัพเป็นเมนูที่อยู่ทางด้านมุมของทวิตเป็นข้อความว่า “ Leave this conversation ” และเมื่อทำการคลิกใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวชื่อผู้ใช้งานที่ถูกแท็กไว้จะถูกนำออกและจะปิดการแจ้งเตือนการใช้งานของทวิตดังกล่าวไป ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้งานได้ดีมากเลยทีเดียวและจะช่วยให้การถูกคุกคามบนโลกสังคมออนไลน์ลดน้อยลงและจะช่วยให้ผู้ที่ไม่ต้องการเข้าไปอยู่ในบทสนทนาใด ๆ สามารถเลือกที่จะไม่ติดตามข้อมูลในบทสนทนานั้นได้อย่างอิสระมากขึ้นนั่นเอง

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากเลยทีเดียวสำหรับสื่อสังคมออนไลน์อย่าง Twitter แต่เราก็ต้องมาติดตามดูว่าจะได้รับความนิยมในการใช้งานมากน้อยขนาดไหนจะมีการอัพเดทให้ใช้งานบน App มือถือได้เมื่อไหร่

ภาพ Pixabay

สำหรับปัญหาเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวบนโลกของสื่อสังคมออนไลน์เป็นปัญหาสำคัญที่สุดสังคมออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter, Instagram และสื่อสังคมออนไลน์อื่นต้องเร่งแก้ไขเพื่อให้สื่อสังคมออนไลน์นั้นกลายเป็นพื้นที่ที่น่าอยู่มากยิ่งขึ้น และนอกจากนี้สื่อสังคมออนไลน์ก็ยังมีปัญหาอื่น ๆ ให้ต้องเร่งแก้ไขด้วยเช่นเดียวกัน

ข้อมูลจาก The Verge

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

Tiktok ก็ไม่รอดโดนตรวจสอบผลกระทบสุขภาพจิต

Tiktok ก็ไม่รอดโดนตรวจสอบผลกระทบสุขภาพจิต

ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีจะกลายเป็นสิ่งสำคัญของการใช้ชีวิตประจำวันทำให้เราสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างง่ายดายผ่านโลกของอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์แต่ว่ามันก็ได้ทราบผลกระทบต่อเราไม่ใช่น้อยเลยทีเดียวหลายๆ คนสุขภาพจิตเสียเนื่องจากใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการเสพข่าวสารต่างๆ มากเกินไปในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาเราได้เห็น Facebook, Instagram, Twitter ถูกกล่าวหาว่าเป็นแพลตฟอร์มที่สร้างผลกระทบต่อสุขภาพจิตของผู้ใช้งานโดยเฉพาะผู้ใช้งานที่อยู่ในกลุ่มวัยเด็ก ซึ่งล่าสุดก็ดูเหมือนว่าสื่อสังคมออนไลน์ของประเทศจีนก็จะไม่รอดด้วยเช่นเดียวกัน Tiktok ถูกตรวจสอบเนื้อเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพจิตของวัยเด็ก

ภาพ Pixabay

สมาคมอัยการสูงสุดของรัฐ California, Florida, Kentucky, และ รัฐอื่น ๆ ได้มีการตรวจสอบแอปพลิเคชันชื่อดังจากประเทศจีนอย่าง Tiktok เกี่ยวกับเนื้อเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพจิตและสุขภาพกายของวัยเด็ก โดยจะเป็นการตรวจสอบรูปแบบ, การทำงาน และ ตลาดพี่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มผู้ใช้งานวัยเด็ก

ระบบการทำงานของ Tiktok ก็เหมือนกับแอปพลิเคชันสื่อสังคมออนไลน์ประเภทอื่น โดยมันจะมีระบบที่จะคอยหาเนื้อหาที่ผู้ใช้งานชื่นชอบทำให้ผู้ใช้งานนั้นมีการใช้งานอยู่ตลอดเวลานั่นเอง ซึ่งวิธีการดังกล่าวก็เป็นวิธีการที่จะถูกตรวจสอบด้วยว่ามีความเกี่ยวข้องกับการดึงดูดผู้ใช้งานวันเด็กให้เข้ามาใช้งานมากขึ้นหรือไม่รวมถึงเวลาการใช้งานมีการใช้งานที่ยาวนานมากขึ้นแค่ไหน ทาง Tiktok ก็เคยโดนตรวจสอบเรื่องนี้มาแล้วด้วยเช่นเดียวกัน

ภาพ Pixabay

ในปี 2019 Tiktok ได้มีการจ่ายค่าปรับเป็นจำนวนเงินกว่า 5.7 ล้านเหรียญสหรัฐเนื่องจากมีการละเมิดกฎระเบียบความเป็นส่วนตัวของวัยเด็ก (Children’s Privacy) เนื่องจากมีเด็กหลายคนที่เข้ามาใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองและจากปัญหาดังกล่าวทำให้ทาง Tiktok ถูกจำกัดอายุการใช้งานโดยผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปีแบบไม่สามารถอัปโหลดคลิปวิดีโอการคอมเม้นในวิดีโอต่าง ๆ นั้นเอง

ภาพ Pixabay

โฆษกของ Tiktok ก็ได้มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยเช่นเดียวกัน ด้วยเขาบอกว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากเลยทีเดียวที่ทางสำนักอัยการมีการตรวจสอบเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นกับกลุ่มเยาวชนที่ใช้งานในแอปพลิเคชันเพราะพวกเราจะได้พัฒนาสื่อสังคมออนไลน์ของพวกเราให้มีความปลอดภัยและมีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น นอกจาก Tiktok แล้วสื่อสังคมออนไลน์ประเภทอื่น ๆ ก็จะถูกตรวจสอบด้วยเช่นเดียวกัน สุดท้ายก็คงต้องมาติดตามดูว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร

ข้อมูลจาก The Verge

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

Microsoft กำลังพัฒนาชิปตัวใหม่ให้กับ Xbox Series XMicrosoft กำลังพัฒนาชิปตัวใหม่ให้กับ Xbox Series X

Microsoft กำลังพัฒนาชิปตัวใหม่ให้กับ Xbox Series XMicrosoft กำลังพัฒนาชิปตัวใหม่ให้กับ Xbox Series X

ในช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมเกมจะต้องเจอกับปัญหาอย่างหนึ่งก็คือการสร้างชิปประมวลผลขาดตลาด ทำให้เครื่องเล่นเกมหลายรุ่นมีราคาที่สูงมากยิ่งขึ้นและเมื่อปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นบริษัทหลายบริษัทพยายามที่จะผลิตชิปประมวลผลของตัวเองขึ้นมาเพื่อลดต้นทุน ในการผลิตและต้นทุนของสินค้า

Microsoft บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก กำลังพัฒนาชิปประมวลผลตัวใหม่ให้กับเครื่องเล่นเกมรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Xbox Series X โดยมันจะมีขนาดที่เล็กลงใช้พลังงานได้ดีมากยิ่งขึ้นและที่สำคัญมันช่วยลดต้นทุนของเครื่อง Xbox รุ่นใหม่นี้ได้ด้วย

ภาพจาก  Xbox

อย่างไรก็ตามการพัฒนาชิปตัวเล็กตัวใหม่นี้ไม่ได้หมายความว่าในอนาคตเราจะได้เห็นเครื่อง Xbox Series X ที่มีขนาดเล็กลง เหมือนกับเมื่อก่อน ที่มีเครื่อง Xbox 360 Slim ออกมาให้เราได้เล่น 5 ปี หลังจากที่เครื่อง Xbox 360 ออกมา หรือแม้แต่เครื่อง Xbox One S ที่ออกมาหลังจากเครื่อง Xbox One 3 ปี

ภาพจาก  Xbox

การพัฒนาออกมาเลยคราวนี้ในอนาคตเราคงจะได้เห็นเครื่อง Xbox Series X มีราคาถูกลงแน่นอนและอาจจะเป็นการต่อสู้กับคู่แข่งยังค่าย Sony ผู้ผลิตเครื่อง PlayStation 5 ได้ไม่มากก็น้อยเลย น่าจะเป็นราคาเท่าไหร่นั้นก็คงต้องมาติดตามดูกันและที่สำคัญเลยคือเครื่องรุ่นใหม่ของทั้งสองค่ายนั้นมีประสิทธิภาพที่ไม่ได้ทิ้งห่างกันมากนักการที่มีเครื่องใดเครื่องหนึ่งราคาต่ำกว่าคงจะเป็นการดึงดูดให้ผู้เล่นได้มีการโยกย้ายค่ายกันอย่างแน่นอน แต่จะมากหรือน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับเกมด้วยเช่นเดียวกันเพราะบางเกมก็เป็นเกม Exclusive เฉพาะบนเครื่องใดเครื่องหนึ่งเพียงเท่านั้นไม่ได้มีการเปิดให้เล่นบนเครื่องทั้ง 2 รุ่นนั่นเอง

ภาพจาก  Xbox

เมื่อมีการผลิตชิปตัวใหม่ขึ้นมาเพื่อใช้กับเครื่องรุ่นใหม่ล่าสุดคำถามเพื่อหลายคนคงจะต้องตั้งขึ้นมาก็คงจะหนีไม่พ้นประสิทธิภาพของมัน สำหรับชิปประมวลผลตัวใหม่นี้ถึงแม้ว่าจะสามารถใช้พลังงานได้ดีมากยิ่งขึ้นมีขนาดที่เล็กลงแต่ในด้านประสิทธิภาพของการเล่นเกมอาจจะยังไม่เปลี่ยนแปลงจากชิปประมวลผลตัวดั้งเดิม

สำหรับเรื่องของการอัปเดตฮาร์ดแวร์ที่ทาง Microsoft ได้มีการประกาศออกมาเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา ในตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงการพัฒนา ซึ่งก็มีแนวโน้มว่าจะใช้เวลาในอีกสักพักหนึ่งถึงจะมีการปล่อยออกมาให้เห็นอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับตัวฮาร์ดแวร์ตัวใหม่

ข้อมูลจาก Gamespot

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

Lyft นำเทคโนโลยีการเดินทาง ใช้ในเมืองต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา

Lyft นำเทคโนโลยีการเดินทาง ใช้ในเมืองต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา

Lyft นำการเดินทางร่วมกันกลับไปยังเมืองต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาเพื่อชิงชัย Lyft กำลังนำการแชร์รถกลับมายังซานฟรานซิสโก ซานโฮเซ เดนเวอร์ ลาสเวกัส และแอตแลนต้าในเดือนพฤษภาคมนี้ บริษัทประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี โดยสังเกตว่าบริการลดราคาค่าโดยสารยอดนิยมจะ จะขยายไปสู่ตลาดอื่นเป็นระยะตลอดทั้งปี เดิมที บริษัท ละทิ้งบริการ carpooling ในเดือนมีนาคม 2020 เมื่อการระบาดใหญ่ทำให้ชัดเจนว่าไม่มีใครอยากนั่งในที่แคบๆ กับผู้ขับขี่คนอื่นๆ นับประสาคนขับ Lyft ฤดูร้อนที่แล้ว Lyft ได้กลับมาให้บริการรถร่วมในเวอร์ชันจำกัดในชิคาโก เดนเวอร์ และฟิลาเดลเฟีย และบริษัทกล่าวว่าได้เปิดให้บริการในไมอามีแล้ว

Uber ยังยกเลิกบริการ Uber Pool ในเดือนมีนาคม 2020 แต่เริ่มให้บริการอีกครั้งเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว การนำการแชร์รถกลับมาเป็นการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจหลังจากรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของ Lyft ซึ่งเปิดเผยรายได้ต่อผู้ขับขี่ที่ลดลงทุกไตรมาส และบริษัทที่ยังคงดำเนินการเพื่อสร้างผลกำไร Carpooling มีศักยภาพที่จะเป็นตัวดูดเงินในระยะสั้น ส่วนใหญ่เป็นเพราะ Lyft ยังไม่มีมาตราส่วนสำหรับค่าโดยสารลดราคาเพื่อให้ได้หน่วยเศรษฐศาสตร์ที่ดีLyft นำเทคโนโลยีการเดินทาง ใช้ในเมืองต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา

แม้จะมีขนาดมาตราส่วน การลดราคาเพื่อให้คนมาใช้บริการก็มีความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้ขับขี่ที่เลือกใช้บริการร่วมไม่ได้จับคู่กับผู้ขับขี่รายอื่น Lyft ยังคงให้เกียรติกับราคาที่เสนอและจ่ายเงินให้คนขับเป็นจำนวนที่แน่นอน ดังนั้นผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ Lyft อุดหนุนค่าพาหนะและสร้างรายได้ให้กับพวกเขาน้อยลง

การขับขี่กับ Lyft นั้นมีราคาแพงกว่าปกติเนื่องจากการขาดแคลนคนขับอย่างต่อเนื่องซึ่งนำไปสู่ความต้องการเครื่องเล่นที่เพิ่มขึ้น นี่เป็นวิธีที่บริษัทสามารถเอาชนะความคาดหวังด้านรายได้ของตัวเองได้เป็นส่วนใหญ่ในไตรมาสแรก แม้ว่าจำนวนผู้ขับขี่ที่กระตือรือร้นลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ปี 2564 Lyft ทำรายได้ไป 350 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่ 1 พยายามจูงใจให้ผู้ขับขี่กลับมาที่แพลตฟอร์ม และในวันพฤหัสบดีที่กล่าวว่าการเดินทางร่วมกันจะเป็นทางเลือกที่สมบูรณ์สำหรับผู้ขับขี่จนถึงปี 2565 โดยไม่มีการลงโทษ

(หมายเหตุ: นี่อาจบ่งบอกได้ว่าผู้ขับขี่ Lyft เคยได้รับบทลงโทษจากการให้คะแนนหรือการเข้าถึงแอปสำหรับการเลือกไม่ใช้รถร่วม ซึ่งผู้ขับขี่อธิบายว่าเป็นเรื่องยุ่งยากเนื่องจากการกำหนดเส้นทางที่ไม่มีประสิทธิภาพ)

อย่างไรก็ตาม หากการขาดแคลนผู้ขับขี่ยังคงดำเนินต่อไป Lyft จะต้องเรียกเก็บค่าโดยสารที่สูงขึ้นสำหรับการโดยสาร ซึ่งจะทำให้สูญเสียผู้โดยสารมากขึ้น นี่คือที่มาของการขี่ที่ใช้ร่วมกัน แม้ว่าบริการจะไม่เป็นประโยชน์สำหรับ Lyft ในตอนแรก แต่อาจบรรเทาปัญหาการขาดแคลนคนขับและนำผู้ขับขี่กลับไปที่ชานชาลาในระยะยาว

สิ่งที่คาดหวังจากการฟื้นคืนชีพของ Lyft คาร์พูลกับ Lyft จะไม่เหมือนเดิมทุกประการเหมือนก่อนเกิดโรคระบาด บริษัทจะจำกัดการเดินทางร่วมกันแต่ละครั้งให้ผู้โดยสารเพียงสองคน ซึ่ง Lyft กล่าวว่าจะทำให้การเดินทางมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยมีทางเบี่ยงที่ไม่จำเป็นน้อยลง นอกจากนี้ยังหมายความว่าคำขอโดยสารแต่ละครั้งจะจำกัดเพียง 1 คน ดังนั้นผู้ขับขี่จึงไม่สามารถจองการเดินทางร่วมกันสำหรับสองคนได้ในขณะนี้ นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถเรียกรถร่วมล่วงหน้าเพื่อให้ได้ราคาที่ถูกกว่าอีกด้วย บริษัทกล่าว Lyft กล่าวในบล็อกโพสต์ว่า “ยิ่งหนังสือผู้ขับขี่ล่วงหน้ามากเท่าไหร่ ส่วนลดก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น” ในแง่ของมารยาทผู้ขับขี่และผู้ขับขี่ Lyft กล่าวว่าหน้ากากเป็นทางเลือก และทุกคนควรเคารพทางเลือกของกันและกันในการปิดบังLyft นำเทคโนโลยีการเดินทาง ใช้ในเมืองต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา

Source : https://techcrunch.com/2022/05/05/lyft-brings-shared-rides-back-to-more-u-s-cities-in-bid-to-win-riders/

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

Facebook และ Instagram เตรียมเข้าสู่ตลาด NFTs

Facebook และ Instagram เตรียมเข้าสู่ตลาด NFTs

ปัจจุบันนี้การสร้างผลงานศิลปะได้มีการเปลี่ยนแปลงแบบไป จากการนำผลงานศิลปะไปวางขายตามตลาดนัดก็เปลี่ยนแปลงไปเป็นการวางขายในโลกของอินเทอร์เน็ตแทน ซึ่งปัจจุบันนี้นอกจากจะวางขายเป็นชิ้นแบบจับต้องได้แล้วยังมีการวางขายผลงานในรูปแบบผลงานดิจิตอลอีกด้วย โดยเป็นผลงานในรูปแบบ NFTs ซึ่งเป็นผลงานที่มีชิ้นเดียวบนโลกและสามารถซื้อขายได้เพื่อเปลี่ยนผู้ถือครอง โดยปัจจุบันนี้การสร้างสรรค์ผลงาน NFTs ถือว่าได้รับความนิยมมากเลยทีเดียวในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบสร้างผลงานศิลปะ นอกจากเป็นเทคโนโลยีใหม่แล้วยังสามารถสร้างรายได้ที่มหาศาลให้กับผู้ที่ประสบความสำเร็จในด้านนี้ด้วย

ภาพจาก Pixabay

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้การเข้าถึงผลงานNFTs เป็นเรื่องที่ยากสำหรับคนที่ไม่เก่งในด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก ซึ่งก็อาจจะทำให้บางคนไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดังกล่าวได้นั่นเอง และด้วยผลงาน NFTs ที่ทำ ที่กำลัง ที่กำลังเป็นกระแส ที่กำลังเป็นกระแสในปัจจุบันทำให้หลายบริษัทเริ่มหันมาศึกษาและทำให้การเข้าถึงจะเลือกที่ง่ายมากขึ้นตัวอย่างเช่น Coinbase ที่มีการจับมือกับ Master Card ในการซื้อผลงานเป็นต้น และในอนาคตก็คงง่ายขึ้นไปอีกเพราะสื่อออนไลน์ชื่อดังอย่าง Facebook และ Instagram กำลังจะพัฒนาให้ผู้ใช้งานสามารถที่จะสร้างสรรค์ผลงาน NFTs นำเสนอผลงานรวมไปถึงซื้อขายผลงานได้

ภาพจาก Pixabay

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามแผนในการสร้างตลาด NFTs ยังอยู่ในช่วงต้นของการดำเนินการและอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ และก็ไม่มีใครรู้ว่าแผนการดังกล่าวนี้จะมีความเป็นไปได้จริงมากน้อยเพียงใด โดยตอนนี้ทางทีมผู้พัฒนากำลังจะพัฒนาฟีเจอร์เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตั้งโปรไฟล์เป็นผลงาน NFTs กำลังพัฒนาแพลตฟอร์มต้นแบบที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างสรรค์ผลงาน NFTs ขึ้นมา และจะมีการสร้างตลาดซื้อขายให้กับผู้ใช้งานด้วยเช่นเดียวกัน

ตั้งแต่บริษัท Facebook เปลี่ยนชื่อเป็น Meta เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี Metaverse ก็มีความเป็นไปได้ที่จะนำเทคโนโลยีดิจิตอลไม่ว่าจะเป็นผลงานหรือเงินดิจิตอลเข้าไปใส่ในเทคโนโลยีโลกเสมือนจริงนี้ แต่งานหนักสำหรับ Meta ก็คือการทำให้เทคโนโลยีดังกล่าวนั้นเข้าถึงได้ในทุกแง่มุม เพราะถ้าหากเทคโนโลยีเข้าถึงได้ยากแล้วการดึงดูดผู้คนที่มีความเข้าใจไม่มากเกี่ยวกับเทคโนโลยีนั้นก็จะเป็นเรื่องที่ยากมากเลยทีเดียวจะไม่สามารถดึงดูดคนให้เข้ามาใช้งานได้อย่างเต็มที่นั่นเอง ซึ่งทาง CEO ของ Instagram ก็ได้บอกไปในทิศทางเดียวกันด้วยว่า “บริษัทกำลังค้นคว้าเกี่ยวกับเทคโนโลยีNFTs และการทำให้พวกมันสามารถเข้าถึงกลุ่มคนในวงกว้างได้”

ภาพจาก Pixabay

ซึ่งก็ต้องมาดูว่าสุดท้ายแล้วแผนการในการพัฒนาตลาดของผลงานศิลปะ NFTs ของทางบริษัท Meta จะมีทิศทางไปในทิศทางใด จะมีหน้าตาแบบไหน แล้วก็สามารถประสบความสำเร็จตามแผนได้หรือไม่ก็คงต้องมาติดตามกันในอนาคต

ข้อมูลจาก The Verge

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

Konami รับสมัครทีมพัฒนา NFT และ Web 3.0

Konami รับสมัครทีมพัฒนา NFT และ Web 3.0

 2 ปีที่ผ่านมาเทคโนโลยีที่ถูกพูดถึงกันมากที่สุดและกลายเป็นตัวจุดกระแสในวงการเทคโนโลยีก็คือเทคโนโลยีบล็อกเชน นอกจากจะเป็นรากฐานของสกุลเงินคริปโตเคอเรนซี่แล้วเทคโนโลยีบล็อกเชนยังสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ขึ้นมามากมายหนึ่งในนั้นก็คือ NFT (Non – Fungible Token) และ Web 3.0

ซึ่งบริษัทเทคโนโลยีหลาย ๆ บริษัทก็มีมุมมองว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต ที่จะมีบทบาทสำคัญในการดำเนินธุรกิจและในชีวิตประจำวันของคนทุกคน จึงได้มีการพัฒนาและนำไปปรับใช้งานเช่นเดียวกับบริษัทKonami ที่กำลังวางแผนพัฒนา Web 3.0 และตลาด NFT

ความสนใจของ Konami ที่มีต่อ Web 3.0 และ NFT

ภาพ Wallpaperflare

Konami เป็นบริษัทเกมที่กำลังวางแผนที่จะสร้างแบบฟอร์มตลาด NFT ซึ่งเป็นการแลกขายซื้อเปลี่ยนไอเทมภายในเกมโดยในปัจจุบันนี้ทางบริษัทกำลังหาทีมงานที่มีทักษะในด้านดังกล่าวมาร่วมงาน เพื่อพัฒนาให้แพลตฟอร์มเกิดขึ้นจริง ซึ่งทางบริษัท Konami ก็เริ่มเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี NFT ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาโดยเมื่อย้อนไปในเดือนมกราคมได้มีการเฉลิมฉลองการครบรอบของ Castlevania โดยการขายคอลเลคชั่น NFT ในรูปแบบภาพ GIFs ของเกมดังกล่าว

ภาพ Wall.alphacoders

นอกจาก NFT บริษัท Konami ก็มีแผนการเกี่ยวกับ Metaverse อีกด้วย ซึ่งโลกเสมือนจริงจะกลายเป็นศูนย์กลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยน NFT สำหรับผู้เล่น พึ่ง NFT จะสามารถใช้ในการเข้าร่วมงาน Event หรือ Fans Community ต่าง ๆ รวมไปถึงเข้าถึงการบริการด้วย ซึ่งจะช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ในการเล่นเกมให้กับผู้เล่นได้ ถึงอย่างไรก็ตามทั้งหมดยังอยู่ในช่วงของการเริ่มต้นเพียงเท่านั้นตอนนี้ชื่อของแพลตฟอร์มรวมไปถึงวันเปิดตัวยังไม่ได้ถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการ

ภาพ Wallpaperaccess

อย่างไรก็ตามมีบางบริษัทที่ได้ลองนำ NFT เข้ามาอยู่ในตลาดเกมแล้วแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จตัวอย่างเช่น Ubisoft เป็นต้น สำหรับ Konami ก็มีทั้งคนให้ความสนใจและก็เห็นตามด้วยเช่นเดียวกัน บางส่วนยังมองว่า NFT เป็นสิ่งหลอกลวงและไม่สามารถนำมาใช้กับเกมได้ บริษัทก็ยังบอกว่า Konami มี “พฤติกรรมแห่งความโลภ” ถึงได้นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ ถึงแม้ว่าจะเป็นเช่นนี้สุดท้ายแล้วก็คงต้องดูที่ผลของการพัฒนาว่าจะประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด ถ้าหากว่ายังไม่ประสบความสำเร็จเทคโนโลยีบล็อกเชนอาจจะเป็นเทคโนโลยีที่ต้องใช้เวลาเรียนรู้ต่อไปอีกสักพักหนึ่งก็เป็นได้ก่อนที่จะนำมาใช้ในการพัฒนาเกมอย่างจริงจัง

ข้อมูลจาก Gamerant

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

WhatsApp ปิดสถานะออนไลน์ เพิ่มความเป็นส่วนตัว

WhatsApp ปิดสถานะออนไลน์ เพิ่มความเป็นส่วนตัว

การใช้งานสื่อสังคมออนไลน์หรือแอปแชท สิ่งที่หายไปเลยก็คือความเป็นส่วนตัว ทุกคนสามารถพูดคุยกันได้ตลอดเวลา สามารถรับรู้เรื่องราวของกันและกันได้จากหน้าฟีต สามารถละเมิดความเป็นส่วนตัวได้ดูวิธีต่าง ๆ นานา ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์รวมไปถึงแอปแชท ได้มีความพยายามที่จะเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้งานมาโดยตลอด โดยการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่หรือปรับเปลี่ยนนโยบายในการใช้งาน ซึ่ง WhatsApp ก็ได้มีการเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้ผู้ใช้งาน

WhatsApp อัปเดตความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้งาน

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (วันพุธตามเวลาในประเทศไทย) WhatsApp ได้มีการประกาศเกี่ยวกับเรื่องความเป็นส่วนตัวโดยให้ผู้ใช้งานนั้นสามารถควบคุมความเป็นส่วนตัวในการใช้งานแอปได้มากขึ้น โดยผู้ใช้งานสามารถที่จะอ่านข้อความของคู่สนทนาได้โดยไม่แสดงสถานะการอ่านข้อความ สามารถปิดสถานะออนไลน์ของตนได้ตามที่ต้องการถึงแม้จะมีการใช้งานอยู่ และยิ่งไปกว่านั้นเมื่อทำการออกจากกลุ่มสนทนาจะไม่มีการแจ้งเตือนว่ามีผู้ใช้งานออกจากกลุ่ม สุดท้ายก็คือผู้ใช้งานจะไม่สามารถ screenshot บทสนทนาได้ ซึ่งฟีเจอร์ความเป็นส่วนตัวที่ได้กล่าวมาจะถูกอัปเดตลงแอปภายในเดือนนี้

ภาพ Pexels

WhatsApp เป็นแอปพลิเคชันที่ใช้ระบบ E2E (End to End Encryption) ซึ่งระบบนี้จะทำให้ผู้ใช้งานที่เป็นคู่สนทนาเท่านั้นที่จะเห็นข้อความ แล้วเหมือนกับแอปพลิเคชันอื่น ผู้ใช้งานสามารถตั้งเวลาแสดงข้อความได้โดยเมื่อเกินระยะเวลาที่กำหนดไว้ข้อความก็จะหายไป ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมา Meta บริษัทแม่ของทาง WhatsApp ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของลูกค้า ซึ่งก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีการอัปเดตความเป็นส่วนตัวในครั้งนี้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานรวมไปถึงเพื่อปกป้องชื่อเสียงของบริษัทด้วย

ภาพ Pexels

ความตั้งใจของ Mark Zuckerberg

Mark Zuckerberg ผู้ที่เป็น CEO ของบริษัท Meta ต้องการให้ผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม WhatsApp ต้องการให้ความเป็นส่วนตัวกับผู้ใช้งาน โดยพยายามที่จะหาทางปกป้องข้อความของคู่สนทนาเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้งานรวมไปถึงความปลอดภัยให้เหมือนกับการพูดคุยเเบบพบปะกัน

ในตอนนี้สำหรับบริษัท Meta และ Mark Zuckerberg นอกจากจะต้องพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาให้กับผู้ใช้งาน สิ่งสำคัญเลยก็คือความปลอดภัยของข้อมูล เพราะว่าข้อมูลในปัจจุบันนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่มีมูลค่าสูงมากเพราะมันสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในหลาย ๆ ด้าน ดังนั้นยิ่งเป็นบริษัทที่มีลูกค้ามากเท่าใดความปลอดภัยในการเก็บข้อมูลของลูกค้าก็ต้องมากขึ้นเท่านั้น

ภาพ Pexels

การเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน WhatsApp ในครั้งนี้ต้องคอยติดตามดูว่าผลตอบรับจากผู้ใช้งานจะเป็นเช่นไร ถ้าหากได้รับผลตอบรับที่ดีจะมีการพัฒนาระบบให้ดีมากขึ้นต่อไปหรือไม่ และถ้าหากได้รับผลในทางที่ไม่ดีจะมีการแก้ไขอย่างไร

ข้อมูลจาก CNN

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook