Garmin Venu 2 Plus นาฬิกาอัจฉริยะคู่แข่ง Apple

Garmin Venu 2 Plus นาฬิกาอัจฉริยะคู่แข่ง Apple

นาฬิกาอัจฉริยะหรือ Smart Watch กลายเป็นเทคโนโลยีสวมใส่สุดฮิตในปัจจุบันนี้ผู้คนส่วนใหญ่หันมาใส่นาฬิกาอัจฉริยะแทนที่จะใส่นาฬิกาปกติ เพราะว่านาฬิกาอัจฉริยะสามารถทำอะไรได้มากกว่าการดูเวลาเฉย ๆ มันสามารถใช้ในการตรวจจับสิ่งต่างๆ ภายในร่างกายได้ไม่ว่าจะเป็นระบบการเต้นของหัวใจ ระบบการหายใจ ออกซิเจนในร่างกาย และอื่น ๆ ซึ่งประโยชน์เหล่านี้ทำให้นาฬิกาอัจฉริยะส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้ในเรื่องของการออกกำลังกายเพื่อพัฒนาศักยภาพและทำให้ร่างกายแข็งแรง ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีหลากหลายยี่ห้อเป็นอย่างมากเลยทีเดียว แต่สำหรับนาฬิกาที่ใช้ในการออกกำลังกายนั้นยี่ห้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของโลกก็คงจะเป็น Garmin

ภาพ Screenshot จาก Garmin Thailand

Garmin เป็นแบรนด์ที่ผลิตนาฬิกาอัจฉริยะที่ใช้ในการออกกำลังกายซึ่งก็มีหลากหลายรุ่นเป็นอย่างมากโดยล่าสุดก็ได้มีการเปิดตัวนาฬิกาอัจฉริยะรุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า Garmin Venu 2 Plus โดยเปิดตัวในราคาประมาณ 15,000 บาท ซึ่งปัจจุบันนี้ก็เริ่มมีการวางจำหน่ายแล้ว ลักษณะพิเศษของนาฬิกา Garmin Venu 2 Plus ก็คือนาฬิกาเป็นนาฬิการะบบทัชสกรีนบนหน้าจอ และที่สำคัญภายในตัวนาฬิกายังมีลำโพงและไมโครโฟนติดอยู่ด้วยทำให้ผู้ใช้งานสามารถพูดคุยและติดต่อสื่อสารกับคู่สนทนาได้ นอกจากนี้ภายในนาฬิกายังมีระบบผู้ช่วยอีกด้วยเช่นเดียวกับ SIRI ของ Apple หรือ Google Assistant ของ Android ซึ่งจะคอยรับคำสั่งเสียงของผู้ใช้งานทำให้การใช้งานง่ายขึ้นเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ที่สำคัญนาฬิกา Garmin Venu 2 Plus ยังสามารถทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Android และ iOS ได้

ภาพ Screenshot จาก Garmin Thailand

สาเหตุที่ทำให้นาฬิกา Garmin Venu 2 Plus สามารถเป็นคู่แข่งกับ Apple Watch 7 ได้นั้นก็เพราะว่า Apple Watch 7 ไม่มีไมโครโฟนและลำโพงติดอยู่ภายในนาฬิกา และที่สำคัญในเรื่องอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ Garmin Venu 2 Plus สามารถใช้งานได้ถึง 8 วันเต็ม ๆ เลยทีเดียวโดยที่ไม่ต้องมีการชาร์จแบตเตอรี่ซึ่งมีระยะเวลาการใช้งานที่มากกว่า Apple Watch 7

ภาพ Screenshot จาก Garmin Thailand

Garmin Venu 2 Plus เป็นนาฬิกาที่พัฒนามาจาก Garmin Venu 2 ซึ่งจะมีฟีเจอร์การทำงานหลักๆ ที่คล้ายคลึงกันแต่มีการอัปเดตในเรื่องของลำโพง ไมโครโฟน และระบบผู้ช่วยเข้ามา ที่สำคัญ Garmin Venu 2 Plus มีขนาดที่เล็กกว่า Garmin Venu 2 โดยมีขนาดเพียงแค่ 43 mm ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า Garmin Venu 2 ถึง 2 mm

สำหรับใครที่กำลังมองหานาฬิกาอัจฉริยะที่ใช้ในการออกกำลังกายที่มีขนาดเล็กและฟังก์ชันการทำงานที่ดีพอๆ กับนาฬิกาอัจฉริยะยี่ห้ออื่น ๆ แล้วล่ะก็ Garmin Venu 2 Plus ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่เลวแถมราคาก็ไม่ได้แพงมากอีกด้วย

ข้อมูลจาก Cnet

เปิดตัว iPhone 14 น่าซื้อมากแค่ไหนเมื่อเทียบกับ iPhone 13

เปิดตัว iPhone 14 น่าซื้อมากแค่ไหนเมื่อเทียบกับ iPhone 13

บริษัท Apple จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในทุก ๆ ปี และเมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ 2565 ที่ผ่านมา ก็ได้มีการเปิดตัวโทรศัพท์รุ่นใหม่นั่นก็คือ iPhone 14 นั่นเอง ซึ่งรุ่นนี้ก็เป็นอีกรุ่นที่ผู้บริโภคต่างให้การรอคอย ที่สำคัญเลยก็คือโทรศัพท์รุ่นใหม่ของ Apple จะวางจำหน่ายในประเทศไทยหนึ่งสัปดาห์หลังจากการเปิดตัวเพราะว่าประเทศไทยได้กลายเป็นประเทศ Tier 1 ซึ่งก็คือเป็นประเทศแรก ๆ ที่ทาง Apple จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่

เปรียบเทียบสเปคระหว่าง iPhone 14 และ iPhone 13

ภาพ Apple

สำหรับผู้ที่ใช้งานโทรศัพท์ iPhone คงจะรู้ดีว่าราคาของมันมีราคาแพงอย่างมากและโทรศัพท์บางรุ่นก็สามารถใช้งานได้ยาวนานมากกว่า 1 ปี ทำให้บางครั้งเราไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ทุกปีก็ได้ แต่สำหรับผู้ที่ต้องการจะซื้อโทรศัพท์รุ่นใหม่ของ Apple นั้น และกำลังเลือกอยู่ว่าจะซื้อ iPhone 13 หรือ iPhone 14 ที่เป็นโทรศัพท์รุ่นใหม่ดี ก็มาลองดูการเปรียบเทียบสเปคของเครื่องทั้ง 2 รุ่นกันดีกว่า โดยจะเปรียบเทียบกันในรุ่นปกติ

สเปคiPhone 13iPhone 14
หน้าจอ Super retina XDR (OLED) 6.1 นิ้ว Super retina XDR (OLED) 6.1 นิ้ว 
รีเฟรชเรต 60 Hz 60 Hz
CPUA-15 Bionic + CPU 4 coreA-15 Bionic + CPU 5 core
RAM4GB 6GB
ความจุ 128 GB/ 256 GB/ 512 GB 128 GB/ 256 GB/ 512 GB
กล้องหน้า 12 MP (F/2.2)12 MP (F/1.9) AF
กล้องหลังกล้องหลัก 12MP (f/1.8)   กันสั่น Sensor-Shift OIS  Ultra-Wide 12MP (f/2.4)กล้องหลัก 12MP (f/1.5)   กันสั่น Sensor-Shift OIS  Ultra-Wide 12MP (f/1.8)
การถ่ายวีดิโอ4K 60fps, Cinematic mode 1080p 30fps4K 60fps, Cinematic mode 4K 30fps เพิ่ม Action mode
แบตเตอรี่3,227 mah3,279 mah
ขนาด146.7 x 71.5 x 7.7 มม.  / 174 กรัม146.7 x 71.5 x 7.8 มม.  / 172 กรัม
ราคา29,900 บาท32,900 บาท

ฟีเจอร์ต่าง ๆ ของ iPhone 14

ภาพ Apple

เมื่อเปรียบเทียบสเปคของ iPhone 14 ธรรมดากับ iPhone 13 ธรรมดาแล้วเรียกได้ว่ามีสเปคที่ใกล้เคียงกันเป็นอย่างมากแต่สำหรับฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่มีอยู่ใน iPhone 14 จะมีอะไรกันบ้างนั้น มาดูกันดีกว่า

ภาพ Apple

iPhone 14 สามารถเปลี่ยนรูปร่างของหน้าจอ Lock Screen ได้ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายแนวเลย ซึ่งฟีเจอร์ดังกล่าวไม่มีอยู่ใน iPhone รุ่นก่อนเลยก็ว่าได้ สำหรับในเรื่องของความปลอดภัย iPhone 14 สามารถตรวจจับการชนและสามารถโทรขอความช่วยเหลือได้ และใครที่เป็นสายถ่ายวิดีโอหรือ Vlog ระบบกันสั่นใน Action mode ของโทรศัพท์รุ่นใหม่นี้ก็ทำให้ถ่ายวิดีโอได้นิ่งขึ้น รวมถึงการถ่ายภาพโทรศัพท์รุ่นนี้มีเทคโนโลยีใหม่ที่จะทำให้การถ่ายภาพมีสีสันที่สวยงามมากยิ่งขึ้น โดยเครื่องรุ่นใหม่นี้จะใช้งานกับระบบปฏิบัติการ iOS 16 ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น รายละเอียดของ iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max สามารถติดตามได้ที่ Apple.com

ย้ำกันอีกครั้งว่าประเทศไทยกลายเป็นประเทศต้นๆ ของโลกที่จะมีการวางขายiPhone 14 โดยเริ่ม Pre-order ในวันที่ 9 กันยายน แล้วจะวางจำหน่ายในวันที่ 16 กันยายน

ข้อมูลจาก Apple, Droidsans, Beartai

เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

TCL NXTWear Air glasses 

TCL NXTWear Air glasses แว่นตาแสดงภาพ TV 

TCL บริษัทเทคโนโลยีที่เน้นในเรื่องของการผลิต TV ได้มีการผลิตเทคโนโลยีแว่นตาทีวีขึ้นมา ซึ่งแว่นตาที่ทางบริษัท TCL ได้มีการผลิตขึ้นมานั้นมีชื่อว่า TCL NXTWear Air Glasses ซึ่งได้มีการเปิดตัวภายในงาน CES 2022

TCL NXTWear Air Glasses เป็นแว่นตาที่สามารถแสดงภาพผ่านเลนส์ของแว่นได้โดยมันจะเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือหรือ Notebook ผ่านสาย USB-C ซึ่งสามารถทำงานได้อย่างหลากหลายไม่ว่าจะใช้ในการดูหนัง เล่นเกม หรือว่าทำงาน TCL NXTWear Air glasses เปรียบเสมือนโรงหนังฉบับพกพาเลยก็ว่าได้ โดยหน้าจอแสดงผลเป็นหน้าจอ OLED นิ้วขนาด 140 นิ้ว สามารถเปลี่ยนเลนส์ของแว่นได้ 3 แบบและมีน้ำหนักเพียงแค่ 75 กรัม ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าแว่นตา NXTWear รุ่น Original ถึง 30 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว แต่ในเรื่องของการทำงานนั้นยังคงทำงานเหมือนกับ NXTWear รุ่น Original ซึ่ง TCL NXTWear Air glasses จะมีลักษณะคล้ายกับ RayBan Wayfarers

TCL NXTWear มีอัตราการรีเฟรชอยู่ที่ 60 Hz ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องการซื้อเพื่อไปใช้ในการเล่นเกมที่มีอัตราเฟรมเรตอยู่ที่ 90 เฟรมเรตต่อวินาทีหรือสูงกว่านั้น ซึ่งแว่นตานี้ก็มีลำโพงคู่ด้วยเช่นเดียวกันซึ่งจะทำให้ผู้ใช้งานสามารถได้ยินเสียงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ระหว่างการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือหรือ Notebook และด้วยน้ำหนักที่เบาทำให้แว่นตา TCL NXTWear Air Glasses กลายเป็นแว่นตาที่สามารถใช้ใส่เป็นแฟชั่นได้มากกว่าจะเป็นเทคโนโลยีแว่นตาทั่วไป 

ซึ่งเหตุผลที่ทางบริษัท TCL ได้มีการเปิดตัว TCL NXTWear Air Glasses ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่คนจำนวนมากมายจะต้องทำงานอยู่ที่บ้านซึ่งคงจะน่าเบื่อถ้าหากว่าต้องนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงานทุกวันและทั้งวัน ซึ่งแว่นตา TCL NXTWear Air Glasses จะเข้ามาช่วยเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการทำงานให้มีความสนุกมากขึ้นรวมถึงในเรื่องของการเล่นเกมด้วย และอีกเหตุผลหนึ่งก็คงจะหนีไม่พ้นการเกาะติดกระแสแว่นตาอัจฉริยะที่ดูเหมือนว่าในระยะหลังนี้บริษัทเทคโนโลยีกำลังเพ่งเล็งเพื่อพัฒนาการตัวอย่างเช่นบริษัท Meta หรือว่าบริษัท OPPO

สำหรับในเรื่องของราคาแว่นตา TCL NXTWear Air Glasses ยังไม่ได้ถูกเปิดเผยมาในงาน CES 2022 รวมถึงวันจัดจำหน่ายด้วยเช่นเดียวกัน แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดในเรื่องของราคาและวันจัดจำหน่ายในช่วง Mobile World Congress ที่จะจัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรับแว่นตา NXTWear รุ่น Original ได้มีการวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น และ ประเทศออสเตรเลีย 

ภาพ Screenshot จาก Cnet Highlights

ข้อมูลจาก Cnet

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ITgadget
เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

Leiniao AR Smart Glasses แว่นตาอัจฉริยะ

Leiniao AR

Leiniao AR Smart Glasses แว่นตาอัจฉริยะรุ่นแรกของ TCL

ในเมื่อเทรนด์ Metaverse หรือโลกเสมือนจริงกำลังมาดูเหมือนว่าหลาย ๆ บริษัทกำลังแข่งขันกันพัฒนาเทคโนโลยี VR, AR ในรูปแบบของแว่นตาอัจฉริยะ เพื่อที่จะต่อยอดให้สามารถเข้าสู่ Metaverse ได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งบริษัท Meta ก็ได้มีการจับมือกับ Ray-ban ในการผลิตแว่นตาอัจฉริยะหรือแม้แต่บริษัท Oppo ที่ได้มีการผลิตแว่นตาอัจฉริยะเป็นของตัวเอง และยังมีอีกหลาย ๆ บริษัทที่ได้มีการผลิตแว่นตาอัจฉริยะด้วย ซึ่งล่าสุดก็คือบริษัท TCL 

 บริษัท TCL เป็นบริษัทที่เพิ่งจะเปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะของตัวเองในชื่อของ Leiniao AR Smart Glasses ซึ่งเป็นแว่นตาอัจฉริยะรุ่นแรกของบริษัทโดยบริษัทใช้เวลาในการวิจัยในเรื่องของเทคโนโลยี AR และ VR มาตลอด 1 ปีที่ผ่านมาเพื่อที่จะพัฒนาเทคโนโลยีนี้ เพราะพวกเขาคิดว่าเทคโนโลยี AR และ VR จะสามารถมายกระดับชีวิตของคนในปัจจุบันนี้ได้ ซึ่งนายแว่นตา Leiniao AR Smart Glasses จะประกอบด้วยหน้าจอแสดงผลแบบ Binocular full-color MicroLED  ซึ่งแว่นตานี้สามารถใช้ในการโทรเข้าโทรออกได้ ใช้ในการประชุม นำทาง ถ่ายรูป รวมไปถึงรับข้อความวีดีโอได้และสามารถรับแจ้งเตือนตารางเวลาได้ รวมถึงมีความสามารถในการควบคุมระยะไกลได้ และสามารถอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานได้อีกมากมายเลยทีเดียว (ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงมาจากคลิปวิดีโอเปิดตัวแว่นตา  Leiniao AR smart glasses ) ประโยชน์ที่อยู่ในแว่นตา Leiniao AR Smart Glasses จะมอบความเป็นอิสระให้กับผู้ใช้งาน

ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดของแว่นตา Leiniao AR Smart Glasses ก็ได้ถูกเปิดเผยมาเพียงเท่านี้เนื้อเรื่องของวันวางจำหน่ายสินค้าและราคารวมถึงรายละเอียดอื่นๆก็ยังไม่ได้ถูกเปิดเผยมา ซึ่งก็คงต้องติดตามกันต่อไปในอนาคตว่ารายละเอียดอื่นๆของแว่นตาอัจฉริยะนี้จะถูกเปิดเผยมาเมื่อใด แม้จะมีความเป็นไปได้ไหมที่จะถูกเปิดเผยรายละเอียดมาพร้อมกับแว่นตา  TCL NXTWear Air Glasses ที่จะมีการเปิดเผยรายละเอียดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้

TCL NXTWear Air Glasses เป็นอีกหนึ่งแว่นตาที่ถูกเปิดตัวมาพร้อมกับ Leiniao AR smart glasses ซึ่งความสามารถของ TCL NXTWear Air Glasses ก็คือการแสดงภาพหน้าจอผ่านเลนส์แว่นตาผ่านการเชื่อมต่อจากสาย USB-C กับอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนหรือ Notebook ซึ่งไม่ใช่เทคโนโลยี AR เหมือนกับ Leiniao AR Smart Glasses โดยแว่นตา TCL NXTWear Air Glasses จะมีลักษณะเป็นแว่นตาแฟชั่นที่จะมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ใช้งานไม่ว่าจะเป็นการทำงาน เล่นเกม หรือว่ารับชมภาพยนตร์ อย่างไรก็ตามแว่นตาทั้ง 2 รุ่นนี้ก็ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมมาให้เราได้เห็นกัน

ภาพ Screenshot จาก Cnet Highlights

ข้อมูลจาก Cnet Highlight

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ITgadget
เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

Garmin Venu 2 Plus นาฬิกาอัจฉริยะคู่แข่ง Apple

Garmin

Garmin เป็นแบรนด์ที่ผลิตนาฬิกาอัจฉริยะ

นาฬิกาอัจฉริยะหรือ Smart Watch กลายเป็นเทคโนโลยีสวมใส่สุดฮิตในปัจจุบันนี้ผู้คนส่วนใหญ่หันมาใส่นาฬิกาอัจฉริยะแทนที่จะใส่นาฬิกาปกติ เพราะว่านาฬิกาอัจฉริยะสามารถทำอะไรได้มากกว่าการดูเวลาเฉย ๆ มันสามารถใช้ในการตรวจจับสิ่งต่างๆ ภายในร่างกายได้ไม่ว่าจะเป็นระบบการเต้นของหัวใจ ระบบการหายใจ ออกซิเจนในร่างกาย และอื่น ๆ ซึ่งประโยชน์เหล่านี้ทำให้นาฬิกาอัจฉริยะส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้ในเรื่องของการออกกำลังกายเพื่อพัฒนาศักยภาพและทำให้ร่างกายแข็งแรง ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีหลากหลายยี่ห้อเป็นอย่างมากเลยทีเดียว แต่สำหรับนาฬิกาที่ใช้ในการออกกำลังกายนั้นยี่ห้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของโลกก็คงจะเป็น Garmin

Garmin เป็นแบรนด์ที่ผลิตนาฬิกาอัจฉริยะที่ใช้ในการออกกำลังกายซึ่งก็มีหลากหลายรุ่นเป็นอย่างมากโดยล่าสุดก็ได้มีการเปิดตัวนาฬิกาอัจฉริยะรุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า Garmin Venu 2 Plus โดยเปิดตัวในราคาประมาณ 15,000 บาท ซึ่งปัจจุบันนี้ก็เริ่มมีการวางจำหน่ายแล้ว ลักษณะพิเศษของนาฬิกา Garmin Venu 2 Plus ก็คือนาฬิกาเป็นนาฬิการะบบทัชสกรีนบนหน้าจอ และที่สำคัญภายในตัวนาฬิกายังมีลำโพงและไมโครโฟนติดอยู่ด้วยทำให้ผู้ใช้งานสามารถพูดคุยและติดต่อสื่อสารกับคู่สนทนาได้ นอกจากนี้ภายในนาฬิกายังมีระบบผู้ช่วยอีกด้วยเช่นเดียวกับ SIRI ของ Apple หรือ Google Assistant ของ Android ซึ่งจะคอยรับคำสั่งเสียงของผู้ใช้งานทำให้การใช้งานง่ายขึ้นเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ที่สำคัญนาฬิกา Garmin Venu 2 Plus ยังสามารถทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Android และ iOS ได้ 

สาเหตุที่ทำให้นาฬิกา Garmin Venu 2 Plus สามารถเป็นคู่แข่งกับ Apple Watch 7 ได้นั้นก็เพราะว่า Apple Watch 7 ไม่มีไมโครโฟนและลำโพงติดอยู่ภายในนาฬิกา และที่สำคัญในเรื่องอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ Garmin Venu 2 Plus สามารถใช้งานได้ถึง 8 วันเต็ม ๆ เลยทีเดียวโดยที่ไม่ต้องมีการชาร์จแบตเตอรี่ซึ่งมีระยะเวลาการใช้งานที่มากกว่า Apple Watch 7 

Garmin Venu 2 Plus เป็นนาฬิกาที่พัฒนามาจาก Garmin Venu 2 ซึ่งจะมีฟีเจอร์การทำงานหลักๆ ที่คล้ายคลึงกันแต่มีการอัปเดตในเรื่องของลำโพง ไมโครโฟน และระบบผู้ช่วยเข้ามา ที่สำคัญ Garmin Venu 2 Plus มีขนาดที่เล็กกว่า Garmin Venu 2 โดยมีขนาดเพียงแค่ 43 mm ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า Garmin Venu 2 ถึง 2 mm 

สำหรับใครที่กำลังมองหานาฬิกาอัจฉริยะที่ใช้ในการออกกำลังกายที่มีขนาดเล็กและฟังก์ชันการทำงานที่ดีพอๆ กับนาฬิกาอัจฉริยะยี่ห้ออื่น ๆ แล้วล่ะก็ Garmin Venu 2 Plus ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่เลวแถมราคาก็ไม่ได้แพงมากอีกด้วย

ภาพ Screenshot จาก Garmin Thailand

ข้อมูลจาก Cnet 

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ITgadget
เวปไซด์ getup-it.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

แนะนำไอเท็มเสริมสำหรับการ work from home

work from home

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ที่โรคระบาดทวีความรุนแรงมากขึ้น จึงทำให้มีหลายคนไม่สามารถออกไปทำงานที่ออฟฟิศได้ตามปกติ และต้อง work from home ซึ่งนับเป็นรูปแบบของการทำงานที่หนุ่มสาวออฟฟิศไม่คุ้นเคย จึงต้องมีการปรับตัวพอสมควร เพราะสภาพแวดล้อมในบ้านไม่เอื้อต่อการทำงานได้ตลอดวัน อีกทั้งอุปกรณ์สำนักงานก็ไม่มี จึงอาจต้องใช้ไอเท็มเสริมบางอย่างมาเป็นตัวช่วย และวันนี้เราก็มีตัวอย่างไอเท็มดีๆ มาแนะนำ จะมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

โต๊ะโน้ตบุ๊คปรับระดับได้
เมื่อต้องทำงานอยู่ในบ้านของตัวเอง คนส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกวิธีการที่ชิลล์ๆ อย่างทำงานบนเตียง โซฟา หรือมุมไหนของบ้านก็ตามที่เป็นมุมโปรดส่วนตัว ซึ่งไม่ได้มีโต๊ะทำงานเป็นเรื่องเป็นราวเหมือนอยู่ในออฟฟิศ ฉะนั้นโต๊ะอเนกประสงค์แบบที่สามารถปรับระดับการใช้งานได้ นับเป็นไอเท็มที่จำเป็นมาก เพราะจะช่วยให้เราสามารถหิ้วโน้ตบุ๊คคู่ใจไปทำงานตรงไหนของบ้านก็ได้ โดยสะดวก โดยไม่ต้องวางบนตัก

โคมไฟตั้งโต๊ะ
ในออฟฟิศส่วนใหญ่ มักจะมีการจัดตำแหน่งของแสงไฟให้เพียงพอต่อการทำงานของพนักงานทุกคนอยู่แล้ว แต่หากเป็นการทำงานที่บ้าน เราอาจต้องเพิ่มไอเท็มเป็นโคมไฟตั้งโต๊ะ เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีแสงสว่างเพียงพอต่อการทำงาน ซึ่งนอกจากจะเป็นการถนอมดวงตาแล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้เป็นอย่างดีด้วย

ที่พักเท้า
ที่พักเท้ามักเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม แต่ขอบอกไว้เลยว่า ไอเท็มนี้มีประโยชน์มากกว่าที่คิด เพราะนอกจากจะช่วยให้รู้สึกสบายไม่เมื่อยเท้าแล้ว มันยังช่วยปรับปรุงท่าทางเมื่อนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน และช่วยป้องกันเส้นเลือดขอด รวมทั้งลดแรงกดบนเอ็นร้อยหวาย อันเกิดจากการนั่งทำงานเป็นเวลานานๆ อีกด้วย

หูฟังไร้สาย Bluetooth
เมื่อทำงานที่บ้าน หลายคนจะต้องมีการประชุมออนไลน์ ซึ่งบางครั้งการใช้หูฟังแบบมีสายก็ไม่ค่อยสะดวกนัก เพราะสายอาจสั้นเกินไป หรือบางที เราอาจต้องลุกเดินไปที่อื่น เช่นไปหยิบของ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะติดสาย ฉะนั้นการมีหูฟังแบบไร้สายจึงตอบโจทย์การทำงานแบบ work from home ได้ดีกว่า

ต้นไม้เล็กๆ
ต้นไม้ แม้จะไม่ได้เป็นไอเท็มที่ช่วยเรื่องการทำงานโดยตรง แต่ก็มีคุณสมบัติในการฟอกอากาศ และยังช่วยตกแต่งโต๊ะทำงานให้มีบรรยากาศที่ดูผ่อนคลายขึ้น จึงนับว่าช่วยทั้งเรื่องสุขภาพจิตและสุขภาพกายเลยทีเดียว

ใครที่ยังต้อง work from home แต่ยังมีไอเท็มเหล่านี้ไม่ครบ แนะนำให้ลองไปหามาติดบ้านกันไว้นะจ๊ะ รับรองว่ามีแล้วชีวิตดีขึ้นแน่นอน

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ITgadget
เวปไซด์ getup-it.com

นาฬิกาทามาก็อตจิ จะทำให้คุณคิดถึงวัยเด็กอีกครั้ง

นาฬิกาทามาก็อตจิ

ทามาก็อตจิ หรือที่ในประเทศไทยเรียกกันว่าทามาก็อตเป็นของเล่นสัตว์เลี้ยงเสมือนจริงที่ได้รับความนิยมอย่างมากในเด็กยุค 90 ในช่วงที่ทามาก๊อตได้รับความนิยมทุก ๆ คนต่างมีทามาก็อตเป็นของตัวเองแล้วมักจะนำมาอวดเพื่อน ๆ ที่โรงเรียน ซึ่งความสนุกและความท้าทายของทามาก็อตการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงให้เติบโตและให้รอด โดยเราต้องดูแลและใส่ใจมันไม่แพ้กับสัตว์เลี้ยงจริง ๆ เลยทีเดียว ซึ่งทุกคนที่มีนั้นแทบจะหยิบมันออกมาเล่นในช่วงเวลาที่ว่างเลยทีเดียว 

ทามาก็อตยังคงมีอยู่ในปัจจุบันนี้แต่ไม่ได้รับความนิยมเหมือนแต่ก่อนแล้ว ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็หาซื้อยากมากกว่าแต่ก่อนที่มีวางขายในแทบจะทุกร้านค้าเลย และมันก็ได้กลายเป็นของเล่นในความทรงจำของใครหลาย ๆ คน ทุกครั้งที่ได้เห็นทามาก็อตหลายคนคงคิดถึงเรื่องราวในวัยเด็กอย่างแน่นอนเลยทีเดียว และด้วยในโอกาสครบรอบ 25 ปีของทามาก็อต ทางบริษัท Bandai ของประเทศญี่ปุ่นนั้นได้ออกทามาก็อตรุ่นใหม่ออกมาเพื่อให้แฟนของเล่นทามาก็อตได้หายคิดถึงและได้นึกถึงวันเวลาในวัยเด็กที่มีความสุขไปกับการเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงเสมือนจริงนี้ โดยการนำทามาก็อตมาผสมผสานเข้ากับ Smart Watch โดยนาฬิกา Smart Watch ทามาก็อตนี้จะมาพร้อมกับหน้าจอ LCD และเป็นระบบ Touch Screen และสามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ด้วยสาย USB แต่ที่สำคัญที่สุดสามารถใช้ไมโครโฟนในการเรียกสัตว์เลี้ยงออกมาได้ ซึ่งก็เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากกว่าของเล่นทามาก็อตรุ่นเก่ามากเลยทีเดียว 

ในตอนนี้ Smart Watch ทามาก็อตมีวางจำหน่ายในรูปแบบลอตเตอรี่โดยสามารถเข้าร่วมการจับลอตเตอรี่ได้ในวันที่ 17 มิถุนายนและวันที่ 2 กรกฎาคม 2564 และจะวางจำหน่ายในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งเป็นช่วงเดือนที่ครบรอบวันเกิดปีที่ 25 ของทามาก็อตโดยจะมีราคาอยู่ที่ 7,480 เยน และจะมีบัตร Smart Card ราคาอยู่ที่ 1,100 เยน บัตร Smart Card นี้จะใช้ร่วมกับนาฬิกา Smart Watch 

ซึ่งบัตร Smart Card จะมี 2 แบบคือ Tamagotchi Sweets Friends card ซึ่งจะทำให้ทามาก๊อตของมีของหวานและลูกอมรับประทานและจะมีมินิเกมให้เล่น และ Tamagotchi Rainbow Friends card บัตรที่มีธีมสายรุ้งและยูนิคอนให้Smart Watch ทามาก็อต และจะมีอาหารและไอเทมให้กับสัตว์เลี้ยงด้วย

ถ้าใครเป็นแฟนทามาก๊อตแล้วไม่ควรพลาดสินค้าดี ๆ แบบนี้เลย กลับไปรื้อฟื้นความสนุกในวัยเด็กด้วยSmart Watch ทามาก็อตกันเถอะ สามารถดูคลิปวิดีโอเปิดตัว Smart Watch ทามาก็อตได้ที่ Bandai และดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Bandai.co.jp 

ภาพ Baidai.jp

ข้อมูลจาก Cnet

ติดตามบทความเรื่องเทคโนโลยีได้ที่ ITgadget
เวปไซด์ getup-it.com

หม้อทอดไร้น้ำมัน Phillips…สำหรับคนที่ใช้ชีวิตเร่งรีบ

หม้อทอดไร้น้ำมัน Phillips

เบื่อไหมกับการกินอาหารแบบเดิมๆ อยากเลี่ยงการกินของทอดแต่อดไม่ได้ นอกจากเสี่ยงต่อสุขภาพเวลาใช้ซ้ำแล้ว ยังต้องเสียเวลาทำอาหารในหลายๆ กรรมวิธีเพื่อซับน้ำมัน จากเมนูที่เสี่ยงต่อสุขภาพ เพียงแค่เราปรับวิธีการปรุงอาหารที่แตกต่างจากแบบเดิมๆ ด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน เราสามารถทำอาหารได้หลากหลายตามฉบับ Healthy Diet ได้ง่าย สะดวก ทำได้ด้วยตนเอง และดีต่อสุขภาพ อีกทั้งสามารถจัดการชีวิต ตารางการกินได้อย่างมีความสุข โดยไม่ต้องงดอาหารที่ชอบอีกด้วย หม้อทอดไร้น้ำมัน Phillips…ออกแบบมาสำหรับคนที่ใช้ชีวิตเร่งรีบ

หม้อทอดไร้น้ำมัน Phillips แทบจะทุกรุ่นเป็นอะไรที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพอย่างมาก แต่มักจะกังวลเรื่องราคา ผู้เขียนมองว่าคุณภาพการผลิตได้มาตรฐานมาก เรื่องราคาไม่ต้องกังวลเลย ต้องเท้าความก่อนว่าในหม้อทอดไร้น้ำมัน Phillips จะใช้เทคโนโลยี Rapid Air ช่วยให้คุณทอดอาหารได้ด้วยอากาศ ยังเป็นหม้อทอดที่สภาพดี รีวิวยอดนิยม ต้องยกให้ Phillips เลย เนื่องด้วยคุณภาพคงทน และชื่อเสียงในเรื่องคุณภาพของเครื่องใช้ไฟฟ้ามากที่สุดอีกแบรนด์หนึ่ง จากยอดขายที่ติดเป็นอันดับหนึ่งในประเทศไทยหลายปีซ้อน เทคโนโลยีเด็ดของหม้อทอดไร้น้ำมันนี้เพราะเทคโนโลยี Rapid  Air ซึ่งเป็นเทคโนโลยีลมร้อนเร็ว ทำให้อาหารสุกเร็ว ทั่วถึงชนิดที่ไม่ต้องพลิกกลับไปกลับมา ไม่ว่าจะทำเมนูไหนก็ตาม

อีกทั้งยังช่วยลดไขมันในน้ำมันทอดปกติได้ถึง 80% อาหารมีความหอม นุ่ม น่ารับประทาน อีกปัจจัยหนึ่งก็คือเวลาทำอาหาร  จะช่วยรีดน้ำมันออกจากอาหาร ยังคงรสชาติปกติแม้ไร้น้ำมัน และสามารถถอดล้างออกทำความสะอาดง่าย ไม่ทิ้งคราบมัน ตัวหม้อมีความแข็งแรง เคยมีผู้ใช้งานเคยรีวิวในเว็บพันทิป ว่าบางคนจ่ายแพงแต่หม้อทอดคงทนอย่างมาก บางคนใช้มา 3 ปีสภาพดีเยี่ยมมากๆ และตัดไฟโดยอัตโนมัติ

ทำให้การปรุงอาหารราบรื่น เมนูไหนทำได้หมดชนิดที่ All In 1 เลยทีเดียว และตอบโจทย์กับครอบครัวที่มีลูกเล็กเด็กแดง หรือบ้านไหนมีผู้สูงอายุที่ต้องระมัดระวังเรื่องโรคทางสุขภาพ และระวังความเสี่ยงเรื่อง NCDs หม้อทอดไร้น้ำมัน Phillips ถือว่าตอบโจทย์กลุ่มนี้พอสมควร…ผู้เขียนขอการันตี

หม้อทอดไร้น้ำมัน Phillips คุณภาพคับแก้วแทบทุกรุ่น หากจะซื้อตามเว็บไซต์ต้องบอกก่อนว่าราคาแพง โดยราคาของ หม้อทอดไร้น้ำมัน Phillips ในแต่ละรุ่นมีราคาถูกที่สุดอยู่ที่ 7,990 บาท แต่ก็มีไม่น้อยที่ซื้อตามช่องทางของ E-Commerce เช่น Shopee, Lazada, Central Online หรือช่องทางอื่นๆ

ที่มีหม้อทอดไร้น้ำมัน Phillips ถ้าหากใครไปซื้อตามร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า แนะนำให้เลือก Phillips เลย เพราะเครื่องมีสภาพดีตั้งแต่ผลิตจากโรงงาน และมาตรฐานอุตสาหกรรมดีเยี่ยมมากอีกค่ายหนึ่งเลย จึงสบายใจได้ในเรื่องการใช้งาน อีกทั้งปลอดภัยต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อมอย่างมาก

#เทคโนโลยี #หม้อทอดไร้น้ำมัน  #Phillips #getup-it.com #ITgadget

6 Gadgets สุดเจ๋งโดนใจวัยรุ่นยุคใหม่

gadget it

คนที่เกิดในยุคนี้ วัยนี้ ต้องเผชิญกับชีวิต ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะการใช้ชีวิตประจำวัน ที่กำลังแปรเปลี่ยนเป็น โลกยุคดิจิตอลแบบเต็มรูปแบบ ทุกอย่างรอบตัวล้วนแล้วแต่เป็นเทคโนโลยี การตามเทรนใหม่ๆจึงเป็นเรื่องสำคัญ

ถ้าไม่อยากตกกระแส หรือพลาดสิ่งดีๆที่น่าสนใจ บทความนี้ พร้อมนำคุณไปรู้จักกับ gadgets ใหม่ ที่เหมาะกับวัยรุ่น สมัยนี้ ที่พร้อมให้คุณได้เป็นเจ้าของกันแล้ว

1. Tablet พับได้

tablet

เป็นอีกหนึ่งการพัฒนาของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต จาก Lenovo ม้ามืดของวงการ นำเสนอเทคโนโลยีสุดล้ำ ออกมาเป็นเจ้าตัว Lenovo Folio แท็บเล็ตที่สามารถพับได้เป็นเจ้าแรก เมื่อที่พับแล้ว มีขนาดเล็กกว่ามือถือด้วยซ้ำ ตอนนี้อยู่ในช่วงปรับปรุงระบบ คาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้

2. เครื่องปริ้นท์รูป แบบพกพา

เครื่องปริ้นรูป

การปริ้นท์รูปออกมาอาจเป็นสิ่งที่ไม่มีความจำเป็นสำหรับโลกที่มีเทคโนโลยีดิจิตอลมากมาย เพราะการถ่ายรูปในปัจจุบันจะใช้กล้องดิจิตอลที่สามารถโหลดลงคอมและโพสต์ลงสื่อโซเชียลต่าง ๆ ได้เลย

แต่เสน่ห์ที่สำคัญของภาพถ่าย คือการปริ้นท์ออกมาเป็นภาพถ่าย ถือเป็นการเก็บความทรงจำที่ดีอีกวิธีหนึ่ง เครื่องปริ้นท์รูปแบบพกพา จึงเป็นตัวช่วยที่เหมาะสำหรับวัยรุ่นอีกตัวหนึ่ง ที่ใครมีแล้ว ทำให้ดู cool มีสไตล์ แถมการใช้งานก็ง่าย แค่ลิงก์ผ่านโทรศัพท์มือถือ ก็สามารถปริ้นท์ความทรงจำดีๆออกมาได้แล้ว

3. แท่นชาร์จแบตไร้สายด้วยสัญญาณ Wireless

WIRELESS CAR CHARGER

ที่ชาร์จแบตเพื่อใช้ในการชาร์จโทรศัพท์สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตมีการพัฒนารูปแบบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นจากสายที่หัก สายเกะกะเวลาชาร์จ ฉนวนหุ้มขาด

ทำให้มีการผลิตแท่นชาร์จแบบใหม่ที่เป็นแบบไร้สาย เพื่อแก้ไขปัญหาในข้างต้น แถมยังสามารถใช้ได้กับสมาร์ทโฟน ที่เป็นทั้งระบบ Android และ IOS ได้

4. หูฟังไร้สาย True Wireless

หูฟังไร้สาย True Wireless

หูฟังไร้สาย เป็นอีกหนึ่ง gadgets สุดเก๋ ที่เหมาะกับวัยรุ่นยุคนี้ แบบที่ขาดไม่ได้ ด้วยไลฟ์สไตล์ของวัยรุ่นที่มีความเป็นส่วนตัวสูง และชอบฟังเพลงเวลาเดินทางหรืออกกำลังกาย จึงทำให้ หูฟังแบบผ่าน Bluetooth ไร้สายกำลังได้รับความนิยม ชาร์จแบตครั้งหนึ่งสามารถฟังได้นานติดต่อกันหลายชั่วโมง

5. เม้าส์ปากกาเขียนจอ เชื่อมต่อระบบ Android ได้

หูฟังไร้สาย True Wireless

Wacom one เม้าส์ปากกาเขียนจอทั้งมือถือและแท็บเล็ต ที่เชื่อมต่อผ่านทั้ง Windows 10, MacOS และ Android สามารถใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการวาดรูปต่างๆ เขียนแผนงาน วาด Sticker Line จึงกลายเป็น gadgets สุดเก๋สำหรับวัยรุ่น เพราะไม่ต้องเสียเวลาเชื่อมต่ออุปกรณ์บนคอมพิวเตอร์ให้ยุ่งยาก

6. พาวเวอร์แบงค์  แป้งพัฟที่เหมาะกับสาวๆ

powerbankแป้งพัพ

ปัจจุบันนี้ พาวเวอร์แบงค์ กลายเป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ต้องมีติดตัวไว้ตลอด ด้วยความนิยมในการใช้งานนี้ จึงมีการคิดค้นและผลิตพาวเวอร์แบงก์เพื่อเอาใจเหล่าบรรดาสาวๆ มากขึ้น เป็นพาวเวอร์แบงก์ที่มีลักษณะเป็นเหมือนแป้งพัฟ หรือ Power Bank Puff

ไอเดีย gadgets ที่ถือว่าบรรเจิดสุด ที่มาพร้อมกับ มีไฟ LED ไว้ส่องสว่างให้กับใบหน้าอีกด้วย เป็นแบตเตอรี่สำรองที่น่าพกพา เพราะมีขนาดเล็ก ดีไซน์สวยมีประโยชน์รอบด้าน

นอกจาก Gadget สุดเก๋ สำหรับวัยรุ่น ที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีเทคโนโลยีที่จะเข้ามาคุณได้เรียนรู้ใหม่เรื่อยๆ ตามไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่มีการเปลี่ยนไปอย่างไม่หยุดหย่อน หวังว่า Gadget สุดเก๋ที่ได้นำเสนอไปนี้ จะเป็นไอเดียดีๆ ในการใช้งาน Gadget ชิ้นใหม่ต่อไป

#new gadgets, #ไอเท็ม วัยรุ่น, #getup-it.com, #ITgadget